:บริษัทสหรัฐคิดการใหญ่ แผงโซล่าร์เซลล์ธรรมดาไม่เอา แต่จะทำเป็นโรงไฟฟ้าเลย ที่สำคัญราคาสูสี
กรุงเทพ
ธุรกิจ ออนไลน์ :
เทคโนโลยีโซลาร์เซลล์เปลี่ยนพลังงานจากแสงอาทิตย์ให้เป็นไฟฟ้าได้จริงอยู่
แต่ยังได้แรงดันไฟฟ้ากระจิริดเมื่อเทียบกับขนาดของตัวแผงโซลาร์เซลล์เอง
ไหนจะต้องเสียเงินค่าแบตเตอรี่ชนิดพิเศษสำหรับเก็บกระแสไฟฟ้าอีก
คนที่มีปัญญาใช้โซลาร์เซลล์จึงมีแต่คนรวยเท่านั้น
ด้วยเหตุนี้
การใช้งานชุดผลิตไฟฟ้าจากพลังงานแสดงอาทิตย์จึงจำกัดอยู่กับอุปกรณ์ที่กิน
กระแสไฟฟ้าไม่มาก เช่น ไฟตามสวนสาธารณะ ไฟแสดงเส้นจราจร
บริษัท เฟิร์ส โซลาร์ จากสหรัฐ คิดการใหญ่กว่านั้น ทีมวิศวกรมีแผนยกระดับโซลาร์เซลล์ให้ผลิตไฟฟ้าได้เทียบเท่า ไฟฟ้าพลังถ่านหิน
ไม่ได้มีสหรัฐประเทศเดียวเท่านั้นที่
ต้องการดูดแสงอาทิตย์มาผลิตไฟฟ้าจ่ายไฟไปตามบ้านเรือนด้วยต้นทุนผลิตไฟฟ้า
ราคาถูก
ทุกบริษัทแข่งกันคิดค้นนวัตกรรมผลิตแผงโซลาร์เซลล์ที่ให้กำลังไฟจำนวนมาก
แต่ เฟิร์ส โซลาร์ ประกาศว่าบริษัททำได้สำเร็จแล้ว
และไม่ยอมเปิดเผยรายละเอียดว่าทำอย่างไร
ต่อมา
นักข่าวชาวอังกฤษใช้ความสามารถสืบข่าวเชิงสอบสวนร่วมกับนักฟิสิกส์ผู้เชี่ยว
ชาญด้าน "โซลิด-สเตท"
วัสดุที่ใช้เป็นสารกึ่งตัวนำไฟฟ้าตามจนพบข้อเท็จจริงว่า เฟิร์ส โซลาร์
ทำสำเร็จได้อย่างไร และได้ข้อสรุปว่า
ความลับเรื่องนี้ไม่ได้เกี่ยวข้องกับแผงเซลล์แสงอาทิตย์เลย
แต่อยู่ที่กรรมวิธีการผลิตมากกว่า กล่าวคือ
แทนที่จะใช้ซิลิกอนเป็นสารกึ่งตัวนำไฟฟ้า
บริษัทรายนี้เปลี่ยนมาใช้แคดเมียม และเทลลูเรียมแทน
รายละเอียดของการทำข่าวสืบสวนตีพิพม์ในวารสาร ไออีอีอี สเปคตรัม ฉบับเดือนสิงหาคม ริชาร์ด สตีเวนสัน
ก่อนหน้านี้
นักวิจัยส่วนใหญ่ยังสงสัยอยู่ว่ามันจะเป็นไปได้อย่างไร
เพราะยังไม่มีใครสามารถใช้สารกึ่งตัวนำดังกล่าวมาทำโซลาร์เซลล์ให้มีขนาด
ใหญ่กว่าแสตมป์ได้เลย แต่เฟิร์ส โซลาร์
ปรับขั้นตอนการผลิตจนทำโซลาร์เซลล์แผ่นใหญ่ขนาดโปสเตอร์
และยังผลิตจำหน่ายให้แก่บริษัทด้านสาธารณูปโภคจำนวนหนึ่งในหลายประเทศ
โดยเฉพาะเยอรมนี เพื่อใช้เป็นพลังงานทางเลือก
จากข้อมูลที่นักข่าวสืบมาพบว่า
ต้นทุนการผลิตโซลาร์เซลล์ของเฟิร์ส
โซลาร์ยังคงสูงกว่าต้นทุนผลิตพลังงานจากโรงไฟฟ้าถ่านหิน
แต่บริษัทแจ้งนักลงทุนว่าจะลดต้นทุนให้ต่ำลงกว่านี้ ถ้าทำได้จริง
และในยามที่ต้นทุนผลิตไฟฟ้าจากเชื้อเพลิงฟอสซิลเพิ่มขึ้นไม่หยุด
เซลล์แสงอาทิตย์ของเฟิร์ส โซลาร์จะราคาเท่ากับไฟฟ้าผ่านสายในอีกไม่กี่ปี
เทคโนโลยีดังกล่าวมีความเป็นไปได้สูง
มากถึงขนาดมีคำถามตามมาว่า
สารเทลลูเรียมจะมีมากพอตอบสนองความต้องการผลิตโซลาร์เซลล์ทั่วโลกหรือไม่
คำตอบคือ มีพอแน่
เพราะความต้องการที่เพิ่มขึ้นจะผลักดันให้เกิดการค้นหาแหล่งแร่ใหม่
เมื่อถึงวันนั้น โลกยามค่ำคืนอาจสว่างไสวด้วยพลังงานแสงอาทิตย์อย่างแท้จริง ที่สำคัญ ช่วยลดมลพิษได้อีกแรง