บ้านบัณฑิตอาสามัคร รุ่น31

2008-Oct-15 - อย่าเชื่อเพียงเพราะเขาเป็นอาจารย์

Posted in Gotoknow
อย่าเชื่อเพียงเพราะเขาเป็นอาจารย์
.
ดร.โสภณ พรโชคชัย <1>
.
.
ช่วง นี้ในเมืองไทยมีอาจารย์ใหญ่ๆ ออกมาพูดอย่างนั้นอย่างนี้กันมากมายหลายทาง ทำให้งุนงงไม่รู้ว่าเราจะเชื่อใครดี แต่ก็วางใจเถอะครับ อาจารย์มหาวิทยาลัยมีตั้ง 53,971 คน <2> ที่ออกมาเย้วๆ จึงเป็นเพียงอาจารย์ส่วนน้อย
.
วันก่อนผมกระเทาะเปลือกอาจารย์มาที หนึ่งด้วยบทความ “ว่าด้วย “ดร. ผศ. รศ. อาจม อาจารย์” <3> พร้อมบทวิพากษ์อาจารย์มหาวิทยาลัยของแดง ไบเล่ <4> วันนี้ผมจึงมองต่างมุมในด้าน “จุดอับ” หรือ “จุดดับ” ของอาจารย์บ้าง เผื่อประเทศไทยจะเกิดบรรยากาศสังคมอุดมปัญญา ต่างคนต่างคิดได้เองโดยไม่ถูกอาจารย์ครอบงำ แต่ก็ใช่ว่าจะไม่ฟังคำชี้แนะ ทักทายของอาจารย์เลย
.
ผมเองไม่เคยเป็นอาจารย์ประจำ ไม่เคยขโมยเวลานักศึกษาไปทำธุรกิจ แต่ไปบรรยายในสถาบันการศึกษาทั้งในและต่างประเทศมาตั้งแต่ปี 2523 รวมทั้งโรงเรียนนายร้อย จปร. หรือสถาบันพระปกเกล้า (ยังขาดแต่โรงเรียนพาณิชย์เท่านั้น!)
.
ผมเคยได้ยินว่าอาจารย์บางคน บอกว่าไม่เชื่อในสิ่งที่ตนเองสอน แต่ที่ต้องทนสอนเพราะทำตามหน้าที่! ผมฟังแล้วสังเวชใจ และเชื่อว่าเขาคงพูดไม่จริง ที่เขาทนอยู่เพราะเขาได้อภิสิทธิ์ทั้งเงินทั้งกล่องของการเป็นอาจารย์ต่าง หาก
.
.
ชอบแสดงภูมิ
.
ผมอยากบอกว่า คนเป็นอาจารย์มักชอบแสดงภูมิ ผมจำนิทานเรื่องหนึ่งที่ยายผมซึ่งเป็นคนจีนอพยพมาจากแผ่นดินใหญ่เล่าให้ฟัง ว่า มีอยู่วันหนึ่งอาจารย์กับลูกศิษย์คู่หนึ่งเดินไปด้วยกันตามทาง ระหว่างทางลูกศิษย์เห็นกองอะไรดูคล้ายงูอยู่เบื้องหน้า จึงบอกอาจารย์ว่า “อาจารย์ครับ ข้างหน้ามีงู” อาจารย์รีบตอบสวนกลับมาว่า “มิน่าล่ะ อาจารย์จึงได้ยินเสียงมันเลื้อย”
.
ต่อมาลูกศิษย์เดินไปดูใกล้ๆ และใช้ไม้เขี่ยดู เห็นไม่ไหวติง จึงตะโกนมาบอกอาจารย์ว่า “อาจารย์ครับ งูมันตายแล้ว” อาจารย์ก็หลับหูหลับตาตอบกลับมาว่า “มิน่าล่ะ อาจารย์ถึงได้กลิ่นอะไรเหม็นๆ”
.
และเมื่อลูกศิษย์ได้ตรวจดูอย่าง ละเอียดกลับพบว่าเป็นแค่เชือกขดหนึ่ง จึงบอกความจริงแก่อาจารย์ อาจารย์กลับตอบหน้าตาเรียบเฉยว่า “อาจารย์ว่าแล้วไหมล่ะว่ามันไม่น่าจะมีเรื่องเช่นนี้ เธอ (ลูกศิษย์) เข้าใจผิดไปเอง”
.
นิทานเรื่องนี้สอนให้รู้ว่า อาจารย์หลายคนชอบทำตัว “แสนรู้” ให้สมฐานะอยู่เสมอๆ แต่ความจริงอาจารย์จำนวนมาก “กร่างแต่กลวง” ไม่รู้จริง
นอกจากนี้อาจารย์ ยังชอบให้คนแสดงความนับถือ ไม่ต่างจากผู้ทรงอำนาจ เพราะสามารถชี้ชะตานักศึกษาด้วยเกรด จึงกลายเป็นคนเอาแต่ใจตัวเอง มีอัตตาสูง และขาดความคิดที่เป็นประชาธิปไตย ไม่ฟังเสียงคนส่วนใหญ่ จนบางคนถึงขนาดก่ออาชญากรรมทางเพศ อาชญากรรมทางเศรษฐกิจ หรืออาชญากรรมทางการเมือง เป็นต้น
.
.
มีวงจรอุบาทว์
.
ยัง มีนิทานอีกเรื่องหนึ่งเป็นของนิกายเซ็น เรื่องมีอยู่ว่า มีวัดแห่งหนึ่งเจ้าอาวาสเป็นคนเฉลียวฉลาด ส่วนพระลูกวัดซึ่งเป็นพี่ชายเจ้าอาวาสไม่ฉลาดและตาบอดข้างหนึ่ง
.
ครั้ง หนึ่งมีพระอาคันตุกะประสงค์จะมาค้างแรมในวัด แต่ธรรมเนียมในสมัยนั้นมีว่า ถ้าพระอาคันตุกะตอบปัญหาธรรมะไม่ได้ ก็จะไม่ได้นอน ต้องไปอยู่กลางป่า ข้อนี้ก็แปลกว่าทำไมต้องมีธรรมเนียมเช่นนี้ก็ไม่รู้
.
ปกติเจ้าอาวาส มักออกงานเอง และไม่เคยมีพระอาคันตุกะไหนชนะท่านเลย แต่คราวนี้ท่านคงจะใจดีเลยส่งพระพี่ชายตาบอดไปแทน พระพี่ชายกับพระอาคันตุกะจึงเดินเข้าไปในห้องหนึ่ง โดยพระพี่ชายนั่งติดผนังด้านใน ส่วนพระอาคันตุกะนั่งติดทางออก
.
พระ อาคันตุกะก็ถามพระพี่ชายว่า “เราจะตอบปัญหาธรรมะแบบไหนดี” พระพี่ชายก็ตอบไปว่า “แบบไหนก็ได้” พระอาคันตุกะจึงบอกว่า “ถ้าเช่นนั้นเรามาใช้ภาษาท่าทางกัน”
.
พระอาคันตุกะจึงชูนิ้วขึ้นมา หนึ่งนิ้ว พระพี่ชายเห็นเข้าจึงผายยิ้มและชูขึ้นมาสองนิ้ว พระอาคันตุกะจึงเบิกยิ้มกว้างและชูนิ้วขึ้นมาสามนิ้ว พระพี่ชายจึงทำหน้าขึงขังและชูกำปั้น เท่านั้นแหละครับพระอาคันตุกะทำหน้าซีดเผือดแล้วโค้งคำนับลาออกจากห้องมา
.
พอ ออกมาพบเจ้าอาวาสในบริเวณลานวัดก็บอกว่าตนแพ้แล้ว เจ้าอาวาสงงว่าพระอาคันตุกะแพ้ได้อย่างไร ในใจเจ้าอาวาสคงคิดว่าตนส่ง “หมู” ไปให้แล้ว ไฉนท่านจึงแพ้อีก
.
พระอาคันตุกะจึงเล่าให้ฟังว่า “พออาตมาเริ่มแข่งก็ชูนิ้วขึ้นมาหนึ่งนิ้วในความหมายว่าศาสนาพุทธของเรามีพระพุทธเจ้
าเป็น ที่หนึ่ง พระพี่ชายท่านก็ชูขึ้นมาสองนิ้ว แปลว่ามีพระพุทธก็ต้องมีพระธรรมคู่กัน อาตมาจึงชูสามนิ้ว แปลว่า ต้องมีพระสงฆ์ด้วย อาตมาเชื่อว่าชนะแน่แล้ว แต่พระพี่ชายของท่านเก่งมากเลยครับ ท่านชูกำปั้น ซึ่งตีความได้ว่า ทั้งสามสิ่งรวมกันเป็นพระรัตนตรัย อาตมาจึงจนด้วยเกล้าแล้วล่ะครับ”
.
เจ้า อาวาสฟังได้ด้งนี้จึงเข้าใจพร้อมกับรับคำลาของพระอาคันตุกะที่กำลังจากไป พร้อมกับเกาหัวแกรก ๆ ว่าทำไมวันนี้พระพี่ชายของตนจึงเก่งอย่างนี้ พอพระอาคันตุกะคล้อยหลังไปสักพักเดียว พระพี่ชายรีบวิ่งกระหืดกระหอบมาถามหาพระอาคันตุกะด้วยน้ำเสียงที่โกรธ เกรี้ยว
.
เจ้าอาวาสก็ยิ่งงงใหญ่ ถามพระพี่ชายว่า “พี่ชนะแล้ว พี่มีปัญหาอะไรหรือ” พระพี่ชายรีบตอบไปว่า “ชนะกะผีอะไร พวกเรายังไม่ทันแข่งกันเลย” เจ้าอาวาสเลยยิ่งงงไปใหญ่
.
พระพี่ชาย เล่าให้ฟังว่า “พอเข้าไปถึงในห้อง ยังไม่ทันไร พระนั่นก็ชูนิ้วขึ้นมาหนึ่งนิ้ว มันดูถูกว่าพี่มีตาเดียว พี่ก็ใจเย็น ยิ้มและชูสองนิ้วยินดีกับเขาที่มีสองตา มันยังไม่หนำใจ มันชูสามนิ้วอีกล้อเลียนต่อว่า แต่เราสองคนรวมกันมีสามตา”
.
พระพี่ ชายเล่าต่อด้วยความแค้นว่า “พี่เลยชูกำปั้นกะจะชกหน้ามัน แต่อารามรีบร้อนลุกเลยสะดุดจีวรหัวน็อกพื้นไปเสียก่อน พอหายมึนจึงรีบวิ่งออกมาหมายชำระแค้นมันสักหน่อย!”
.
นิทานเรื่องนี้ สอนให้รู้ว่าในวงการต่างๆ มักมีพิธีกรรมเฉพาะหรือมีคำพูดเฉพาะ (jargon) ซึ่งในแง่หนึ่งก็อาจทำให้ดูขลัง แต่ในอีกแง่หนึ่งก็ทำให้ห่างเร้นไปจากความเป็นจริง แข็งทื่อ โง่งม ดังนั้นพออาจารย์ผู้ทรงความน่าเชื่อจูงจมูกหรือชี้นิ้วไปในทางใด ลูกศิษย์ก็จะเฮตามไปโดยไม่คิดหน้าคิดหลัง ก่อความวิบัติ “เน่าใน” ไปในที่สุด
.
.
เราต้องกล้ากบฏ
.
เพื่อสังคมอุดมปัญญา ปัญญาชนต้องกล้ากบฏ (ทางความรู้ ความคิด) เพื่อใฝ่หาความรู้ใหม่ ไม่ย่ำอยู่กับที่ จึงจะเกิดปรากฏการณ์ “คลื่นลูกหลังไล่ทันคลื่นลูกหน้า” ไม่ใช่สักแต่ไปอยู่ใต้อิทธิพลของอาจารย์ที่นานวันจะทำตัวเป็น “เจ้ากู” มากขึ้นทุกที
.
เพื่อให้เห็นภาพชัด ผมจึงขอเล่านิทานเซ็นอีกเรื่องให้ฟังว่า มีอยู่ครั้งหนึ่งพระสองรูปเดินอยู่ รูปหนึ่งเป็นพระอาจารย์ อีกรูปเป็นพระลูกศิษย์หนุ่ม พอเดินไปได้สักพัก ก็พบหญิงสาวในชุดกิโมโนสวยงามยืนเก้ๆ กังๆ อยู่ นางจะข้ามถนน แต่ข้ามไม่ได้เพราะถนนเป็นโคลนไปหมด ชุดของเธออาจเปรอะเปื้อนได้
.
พระ อาจารย์ก็เลยอาสาแบกนางข้ามไปส่งอีกฝั่งหนึ่ง แล้วก็เดินต่อไปอย่างหน้าตาเฉย พระลูกศิษย์อ้าปากค้าง แต่ไม่กล้าขัด (ลาภ) พระอาจารย์
ทั้งสองเดินจนเกือบถึงวัดอยู่แล้ว พระลูกศิษย์อดรนทนต่อไปไม่ไหว จึงโพล่งถามพระอาจารย์ “อาจารย์แตะต้องตัวสตรีเช่นนี้ ไม่อาบัติหรือครับ”
.
พระอาจารย์ตอบด้วยน้ำเสียงเรียบเฉยว่า “อาตมาวางนางลงไปตั้งนานแล้ว เจ้ายังไม่วางนางลงไปอีกหรือ” (ฮา)
.
นิทาน เซ็นเรื่องนี้ตีความได้ว่า ศีลนั้นมีไว้สำหรับคนที่ใจยังไม่บรรลุธรรม (แต่ก็ต้องระวัง ซาตานก็มักอ้างเช่นนี้) ถ้าใจเที่ยงก็ไม่จำเป็นต้องยึดติดกรอบ การคิดออกนอกกรอบจะทำให้เราเกิดปัญญาและเกิดการพัฒนาในที่สุด ในทางตรงกันข้าม ถ้าเราถูกกรอกหู ถูกล้างสมองโดยพวกอาจารย์นานๆ เราก็จะกลายเป็นคนคิดไม่เป็น หรือปล่อยหน้าที่การคิดให้คนอื่น
.
.
ปัญญาชนที่แท้
.
ความ เป็นปัญญาชนไม่ได้อยู่ที่มีใบปริญญา แต่อยู่ที่วัตรปฏิบัติและวัดผลที่คุณภาพการคิด ปัญญาชนที่แท้ต้องเปิดใจกว้าง ยอมรับข้อมูลที่แตกต่าง นำมาวินิจฉันและวิเคราะห์ให้ดี รู้จักฉุกคิด และคิดอย่างมีกลยุทธ คิดต่อเนื่อง ค้นหาข้อมูลและปะติดปะต่อให้เห็นความจริง นี่จึงเป็นการส่งเสริมสังคมอุดมปัญญาที่ให้เกียรติทุกคน
.
อาจารย์ จำนวนมาก มีแต่ฟอร์ม ยืมจมูกนักศึกษาหายใจ ขาดการศึกษาวิจัยอย่างต่อเนื่อง ชอบทึกทักและชอบใช้อำนาจ ซึ่งกลายเป็นคนฉุดรั้งการพัฒนาไปอย่างน่าเสียดาย
.
เพื่อ เป็นเครื่องเตือนใจบัณฑิตหรือปัญญาชน ผมจึงขอจบด้วยกาลมสูตร 10 เพื่อให้ทุกท่านได้ฉุกคิดว่าอย่าปลงใจเชื่อ 1.ด้วยการฟังตามกันมา 2.ด้วยการถือสืบ ๆ กันมา 3.ด้วยการเล่าลือ 4.ด้วยการอ้างตำราหรือคัมภีร์ 5.ด้วยตรรก 6.ด้วยการอนุมาน 7.ด้วยการคิดตรองตามแนวเหตุผล 8.เพราะเข้ากันได้กับทฤษฎีของตน 9.เพราะมองเห็นรูปลักษณะน่าเชื่อ และ 10.เพราะนับถือว่าท่านสมณะนี้เป็นครูของเรา เราจะเชื่อก็ต่อเมื่อพิจารณาเห็นด้วยปัญญา <5>
ทุกคนทั้งนักศึกษา อาจารย์น้อย ต้องปลดแอกจากการครอบงำทางความคิดของอาจารย์ใหญ่ๆ ผมไม่ได้บอกให้เนรคุณอาจารย์นะครับ อาจารย์ที่แท้ต้องดีใจที่ลูกศิษย์ดีกว่าและสามารถส่งเสริมให้ลูกศิษย์คิด เป็น จึงเป็นครูที่แท้ ไม่ใช่สักแต่มาเสพสุขจากการมีอภิสิทธิ์ของการเป็นอาจารย์
.
นักคิดที่ คนเชื่อว่ายิ่งใหญ่ เช่น อานันท์ สุลักษณ์ ประเวศ ฯลฯ ต้องสามารถสร้างศิษย์ให้เหนือกว่าตนและสร้างจำนวนมากๆ ไม่ใช่ทุกอย่างยึดติดกับตัวอาจารย์
.
.
หมายเหตุ
<1> ดร.โสภณ พรโชคชัย จบดุษฎีบัณฑิตด้านที่ดิน-ที่อยู่อาศัยจาก Asian Institute of Technology, ประกาศนียบัตรการพัฒนาที่อยู่อาศัย Katholieke Uniersiteit Leuven และประกาศนียบัตรการประเมินค่าทรัพย์สิน LRTI-Lincoln Institute ประธานกรรมการมูลนิธิประเมินค่าทรัพย์สินไทย และเป็นกรรมการหอการค้าไทยสาขาจรรยาบรรณและอสังหาริมทรัพย์ Email: sopon@thaiappraisal.org
.
<2> สถิติจำนวนอาจารย์ในสถาบันอุดมศึกษา พ.ศ. 2550 ดูได้ที่ http://www.mua.go.th/infodata/50/teacher50.xls
.
<3> โปรดอ่าน บทความ “ว่าด้วย ‘ดร. ผศ. รศ. อาจม อาจารย์’” ได้ที่ http://www.dailynews.co.th/forums2007/defa...=posts&m=219464 หรือที่ http://www.prachatai.com/05web/th/home/13819
.
<4> โปรดอ่าน http://www.bloggang.com/mainblog.php?id=pl...roup=3&gblog=82
<5> ที่มาคือ http://larndham.net/cgi-bin/kratoo.pl/002684.htm
http://www.sameskybooks.org/board/index.php?showtopic=12486

<- Last Page :: Next Page ->

About Me

ที่นี่...ไม่มีพรมแดน... ที่นี่...เปิดตลอดเวลา... อยากให้มวลผีเสื้อ..โบยบินอีกครา..... ร่วมเดินตามฝัน..ไปบนทางสายเดียวกัน...

Recent Posts

• สร้างภาพลักษณ์ ลบภาพร้าย กลยุทธ์โฆษณาสุราไทย
• หา hi5 spaces multiply เพื่อนๆ ที่คิดถึง
• อวสานของการเริ่มต้น
• ในที่สุด พันธมิตร ก็ยอมกลืนน้ำลายตัวเอง ยอมพ่ายให้แก่ นปช.
• Groupthink... โรคพวกมากลากไป
• รบเถิด..อรชุน*
• "ผู้หญิง 3 แบบที่คุณอาจไม่เข้าใจ"
• ผลงานของสนช....ในยุคคมช.ครองเมือง......แม่ลูกจันทร์
• ไฮไลต์ดิกชั่นนารี
• "ไทยเดย์ฯ-เอเอสทีวี" เสียภาษีด้วยครับ...พี่น้อง
• การต่อสู้ทางชนชั้นในสังคมไทย
• ดื่มเหล้า:บ่อยทำลายเศรษฐกิจและสังคมไทย
• สังคมเราวุ่นวายกันอยู่ทุกวันนี้ เพราะเรามีแต่คนดี...
• พันธมิตร ต้องยุติการชุมนุมของตนทันที ช่วยกันเรียกร้องกดดันให้พันธมิตรยุติการชุมนุม
• สมรภูมิโน้ตบุ๊กเล็กที่ไม่เล็กอย่างที่คิด
• ดิค-ริค สองพ่อลูกหัวใจแกร่ง!
• VCD "พันธมิตรฯฆ่าประชาชน
• ในตัวเรามีคนอยู่ "สามคน "
• จุดขายของพันธมิตร กับคำว่า “คนดี” ที่ไม่ควรมองข้าม
• อย่าเชื่อเพียงเพราะเขาเป็นอาจารย์
• เสียงจากคนไทยคนหนึ่งค่ะ
• พระราชอำนาจ กับการปกครองไทยในปัจจุบัน (ฉบับปรับปรุง)
• การแก้ไขประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาใหม่ : ศึกษากรณีคดีลอบปลงพระชนม์ ร.8
• เหล้าปั่นข้างโรงเรียน
• สมเด็จพระเทพฯ ทรงตอบคำถามสื่อนอกเรื่องการเมืองไทย
• ข้อสังเกตเบื้องต้นต่อคำสั่งศาลปกครองกรณีการชุมนุมวันที่ 7 ต.ค.
• Bootable CD Wizard : BCDW 201
• คู่มือการ UpGrade FirmWare DD-WRT กับ Linksys WRT54GL
• คู่มือการใช้งาน LINKSYS WRT54GL Upgrade-Firmware DD-WRT blockbit Limit Bandwidth
• บทสัมภาษณ์ รศ.ดร.วรพล พรหมมิกบุตร อ.คณะสังคมวิทยาและมานุษยวิทยา มธ.
• แกะรอยนักคิดที่ "อนุสรณ์สถาน ปรีดี พนมยงค์"
• อย่าเก็บข้อมูลใน CD-R นานเกินไป
• การตลาดผ่านออนไลน์ทั่วโลกบูม น้ำเมาแห่เปิดเว็บไซต์-5 ปีสื่อหลักเริ่มดื้อยา
• โอนเงินผิดบัญชี
• คิดถึงอาจารย์ป๋วย : คิดถึงเพื่อทำดีให้มากขึ้น
• กระซิบจากผีเฝ้าแผ่นดิน
• Happy Lock เครื่องล็อกล้อ กันรถหายแบบไม่เสียค่าปรับ
• เปิดคำให้การ...ของเด็กติดเกม
• การแก้ไขปัญหา ADSL
• Homeless Rangers ‘ชายขอบ’ ผู้พิทักษ์โลก
• มีเซ็กซ์กับแฟนถือว่าเป็นเรื่องปกติของการเป็นแฟนจริงหรือคะ(เรทนะ)
• ‘DFM’รถจีนบุกตลาดไทยเคาะ2.79แสนบ.บวกNGV
• ม.ล.ปริญญากร วรวรรณ เสือมีปีก
• สนมั้ย? โซลาร์เซลล์วัตต์ละ 1 ดอลลาร์
• สัจธรรมน้ำมันแพงเริ่มบทโหดของจริง(ตอนจบ)
• สัจธรรมน้ำมันแพงเริ่มบทโหดของจริง(ตอนแรก)
• การใช้ภาษาไทยของคนไทย “ขั้นวิกฤต” ต้นเหตุมาจากกลุ่มบันเทิง การเมือง สื่อ
• คู่มือของสาวยุคใหม่ “เลิฟ ไดอารี่... รักนี้คุมได้”
• วันนี้ของ"โน้ต"ณัฐกานต์จาก"ดูโอป๊อปสตาร์"สู่"จิตอาสาเพื่อสังคม"
• “ชีวิตที่ (จำ) ต้องสู้” ของ นร.ทุนแกรมมี่
• ผีขนุน2008"สก๊อย"ค้ากามริมถนนรับรายได้งาม
• อย่าให้อาการ ปวดประจำเดือน มาตัดสินชีวิตคุณ นพ.กฤษดา ศิรามพุช
• เรียนฟรีมีที่ไหน?เปิดเทอมทีไร-พ่อแม่ทุกข์ระทม
• มีกิ๊กติดคุก6เดือน กม.ใหม่คุมผัวเมีย
• ตกขาว ภัยเงียบของผู้หญิง นพ.กฤษดา ศิรามพุช
• ดันเด็กไทยแบ่งกันรู้-ร่วมกันคิด ผ่านห้องสมุดดิจิตอล"KIDS-D"
• รวมวิธีปรับแต่งหมาย่างให้ไวว่องด้วยตนเอง
• ใครควรรับผิดชอบชีวิตคนไทย ตายปีละกว่าหมื่นคน ??
• ค้นข้อมูลบนอินเทอร์เน็ตแล้วมีรายได้เสริม
• จากกำแพงเพชรสู่ซิลิกอนวัลเลย์ กว่าจะเป็น"กระทิง"ผู้บริหารกูเกิลคนไทยคนแรก
• hi5 สินค้าขายดีของโลกออนไลน์
• Southern Seaboard การรุกเงียบ บนแผ่นดินด้ามขวาน!!
• นั่งข้างเตียง ฟังเสียงความตาย
• บทความ: ไปให้ไกลกว่า ‘xxx กระปุก’ สร้างมาตรฐานการใช้อินเทอร์เน็ต แบบไม่เลือกที่รักมักที่ชัง
• ฟีโรโมน สารเรียกรัก
• สำนึกจิตสาธารณะต้องสร้างตั้งแต่เด็ก / สรวงมณฑ์ สิทธิสมาน
• วัยโจ๋รวมพลัง “ลดพื้นที่เสี่ยง” รอบโรงเรียน
• กระทิงแดงขยายเครือข่ายใจอาสา สร้างสังคมเพิ่มคนใจดี
• ‘จิตอาสา’ ละครปลุกจิตสำนึกวัยรุ่น
• มหา'ลัยลุงโฮจ้างครูเดือนละแสนแก้สมองไหล
• ภาพฉาวเฉินกว้านซี สู่กรณีศึกษาในรั้วโรงเรียน
• โรงเรียนข้างถนน คนสนามหลวง
• ปี พ.ศ. 2555 "คนชรา" จะล้นเมือง !?
• 14 ก.พ.“รุมโทรม” สู่ “เซ็กซ์หมู่”! กับนาฏกรรมความใคร่ที่เปลี่ยนไป
• เตือนโจ๋โฮจิมินห์..วาเลนไทน์อย่าถ่าย X
• ฤาว่าเด็กวัยรุ่นยุคนี้จะขาดภูมิคุ้มกัน…
• ชีวิตกับความรัก
• รักแท้ - รักเทียม ดูอย่างไร
• รับสร้างบ้านฝากความหวังรัฐบาลใหม่ สานต่อเมกะโปรเจกต์ขับเคลื่อนเศรษฐกิจ
• รับชมการถ่ายทอดสด 80ชม. ร่วมด้วยช่วยร้องเพลงเพื่อพ่อแห่งแผ่นดิน ที่สถานีรถไฟหัวลำโพง
• บทความ: มหาวิทยาลัยที่ไม่มีคำตอบ
• อิทธิพลใหม่
• มหาชัย...เมืองมอญ หรือ 'เมียนมาร์ทาวน์'?
• MV ไฮเปอร์: นางฟ้าคืนเดียว
• แม่โจ้ 36 ..อินทผลัมไทย ไม้ประดับไม้มงคลออก ผลกินได้
• หลวงพ่อปัญญา มรณภาพ สิ้นนักรบธรรม
• รายงานพิเศษ...“ภิกษุสันดานกา”...เรื่องจริง หาใช่ หมิ่นสงฆ์!!
• หวังผ่าโครงสร้างกองทุนประกันสังคม ให้ กก. มาจากการเลือกตั้ง
• ไม่มีน้ำ เครียด สร้างเขื่อน...แม่วงก์ (วิธีคิดซ้ำซากของรัฐไทยกับเสียงของคนไม่มีเสียง)
• นักวิชาการแฉเด็กมัธยม “ตบ ตี เตะ ตื้บ” รุนแรงมากขึ้น
• โสเภณีที่....สนามหลวง ลุงอ้วน
• ลือหึ่ง “ลีอาห์ ดีซอน” เบื้องหลังหมอง-เอวีหน้าเหมือนระบาด
• รักโรแมนติคคืออะไร ? 'สุชาดา จักรพิสุทธิ์' เคยเขียนถึง 'นิธิ เอียวศรีวงศ์'
• BLOGGER นักเขียนในโลกไร้พรมแดน
• “โลกของเขาในดวงตาของเรา” เมื่อ ‘คนขายหมี่’ เป็น “กวีซีไรต์”
• คาถาแก้ปัญหา
• ธรรมะทอล์คโชว์-ธรรมะพลิกชีวิต "พระมหาสมปอง"เพื่อบ้านครูน้อย
• ขอบริจาคหนังสือให้เด็ก : สาวิตรี อินทร์พร
• ผู้ชายที่ไม่ควรเสียเวลาด้วย
• แมกกาซีน + วีซีดี หวือ หวิว สยิว เซ็กซ์ ( ? )

Links

• Home
• View my profile
• Archives
• Friends
• Email Me
• naigod_gotoknow
• naigod_Bloggang
• BlogNGO
• Albums_Blogth
• 555music
• AneW FoR YoU : สารพันปัญหาเซ็กส์
• มูลนิธิสื่อเพื่อเยาวชน
• บ้านบัณฑิตอาสาสมัคร รุ่น 31
• เว็บบอร์ด บอ.31
• บ้านบัณฑิตอาสาสมัคร รุ่น 26
• บ้านบัณฑิตอาสาสมัคร รุ่น 36
• เว็บบอร์ด บอ.36
• BlogBaanBorOr31
• grajok187 บอ38
• Graduate Volunteer Community
• เหลิม&เป้
• เว็บพี่ไก่
• เว็บหนุ่มม้ง
• Snarf-it.orgฟรีเว็บบิท
• โลกของหมวยเล็ก
• Tee36
• P_God_
• naigod_BlogSoftganz
• naigod_OkNation
• Thai national Anthem (former TITV)

Friends

• Lovelygirl
• Luck
• Sakda
• Deedy
• karint
• issarachon