Google

บ้านบัณฑิตอาสามัคร รุ่น31

2007-Jul-2 - สนามวิจารณ์ : มาโนช พุฒตาลกับแกะเพลง... ในทรรศนะของข้าพเจ้า

Posted in BorOr31
สนามวิจารณ์ : มาโนช พุฒตาลกับแกะเพลง... ในทรรศนะของข้าพเจ้า
29 มิถุนายน พ.ศ. 2550 10:00:00

โปรดฟังอีกครั้ง... เนื่องด้วยวันที่ 24 มิถุนายนของทุกปี เป็นวันครบรอบการเปลี่ยนแปลงการปกครองจากระบอบภรรยาธิปไตยเป็นบุตรีธิปไตยของข้าพเจ้า ในฐานะของผู้เป็นบิดา จึงสมควรเป็นอย่างยิ่งที่จะต้องพึงละเว้นกิจกรรมส่วนตัวทั้งปวงเพื่อมอบเวลาให้ลูกสาวคนสวย เนื่องในโอกาสพิเศษสุดที่จะหวนมาบรรจบครบรอบเพียงปีละหนึ่งครั้งเท่านั้น

กรุงเทพธุรกิจออนไลน์ : ทว่า...ในปีพุทธศักราช 2550 ซึ่งเป็นวันครบรอบปีที่ 5 ของการมาถึงของบุตรีข้าพเจ้า เกิดเหตุการณ์ที่น่าสะพรึงยิ่งนัก เมื่อเซ็กชั่นจุดประกายของหนังสือพิมพ์กรุงเทพธุรกิจจงใจจัดคอนเสิร์ต ซีรีส์ ครั้งที่ 20 ขึ้น โดยมีเหล่าคนต้นตอนคือ มาโนช พุฒตาล แอนด์ เดอะ แลมบ์ ซึ่งแค่ได้ยินชื่อก็ปาดน้ำลายที่ไหลหกแทบไม่ทัน

หากรูปการณ์เป็นเช่นนี้ก็บรรลัยสิครับท่าน

ในสภาวะที่ลูกก็ต้องเอาใจใส่ มาโนชก็ต้องเอาใจสู่ ข้าพเจ้าบังเกิดความอึดอัดในอกลึกเหลือเกินที่สองเหตุการณ์สำคัญมาทับซ้อนกันโดยมิได้นัดหมาย

โอ๊ะ โอ๋ ชีวิตที่เจ็บปวดของคนไม่ป่วย!

ฟ้ายังปรานี ผู้เป็นแม่ของลูกยินยอมให้ข้าพเจ้าออกไปตามเก็บฝันที่เฝ้ารอคอยมาแรมเดือนเพียงคนเดียว สัญญาใจถูกร่างขึ้นเป็นกรณีพิเศษ กำหนดการเป่าเทียนเค้กถูกเลื่อนให้เป็นช่วงที่ข้าพเจ้ากลับจากชมคอนเสิร์ต ข้าพเจ้านึกกระหยิ่มในใจ เล็งไว้ว่าคอนเสิร์ตเริ่มห้าโมงเย็น อย่างมากก็ทุ่มหนึ่งคงถึงบ้าน คิดว่าไม่มีใครที่ไหนเขาเล่นดนตรีแบบกันเองได้ยาวเหยียดถึงสามสี่ชั่วโมงหรอก คนสวยของข้าพเจ้ากำชับก่อนออกบ้านอีกครั้ง

“แล้วรีบกลับมานะคะ หนูจะรอเป่าเทียน”

เย็นวันอาทิตย์เดียวกัน บริเวณโถงทางเข้าหอประชุมเล็กของศูนย์วัฒนธรรมแห่งประเทศไทย เวทีประจำของจุดประกายฯ คับคั่งไปด้วยแฟนานุแฟนร็อครุ่นใหญ่ กะด้วยสายตาคร่าวๆ แล้ว อายุสามสิบอัพเกินครึ่ง ที่คุ้นหน้าคุ้นตาในวงการบันเทิงก็มีคุณวิโรจน์ ควันธรรม คุณคมสัน นันทจิต คุณนันทขว้าง สิรสุนทร คุณเป็นเอก รัตนเรือง นักเขียนอารมณ์ดีอย่างน้าชาติ ภิรมย์กุล และพี่ตุ๋ย นิรันศักดิ์ บุญจันทร์ บรรณาธิการจุดประกายวรรณกรรม

ข้าพเจ้าเองติดตามฟังเสียงทางวิทยุและชมรายการทางโทรทัศน์ที่คุณมาโนชจัดตั้งแต่นุ่งกางเกงขาสั้นจนเดี๋ยวนี้นุ่งกางเกงก็ขาสั่น จะขาดตอนไปบ้างก็เป็นพักๆ มาช่วงหลังๆ ก็พอมีเวลาได้ติดตามข่าวคราวอยู่บ้างเห็นคุณมาโนชยังหน้าเด้งเหมือนเดิมไม่ยอมแก่ เคยเซอร์ออกโทรทัศน์เมื่อสิบกว่าปีก่อนอย่างไร จนถึงทุกวันนี้ก็ยังเซอร์ได้ใจเหมือนเดิม

และในย่ำเย็นย่างหัวค่ำของคืนวันเกิดของลูกสาวของข้าพเจ้า ข้าพเจ้าได้พบกับเขาอีกครั้ง คราวนี้ไม่ใช่มาแต่เสียงหรือภาพในจอ แต่เป็นตัวจริงเสียงจริงกับกีตาร์จริงหลายตัวเรียงรายอยู่บนเวทีคอนเสิร์ตและเคียงข้างด้วยนักดนตรีอีกห้าชีวิต

เป็นความเคลื่อนไหวบทหนึ่งของคุณมาโนชที่ข้าพเจ้าไม่เคยได้สัมผัสมาก่อนเลย

ภาคแรกเริ่มขึ้นเมื่อไฟในหอประชุมดับมืดลงและสว่างขึ้นพร้อมๆ กับการดวลเดี่ยวระหว่างกีตาร์ไฟฟ้าของคุณมาโนชกับกลองแน่นๆ โดยคุณดำรงสิทธิ์ ศรีนาค ในช่วงต้นของเพลง All right Now ของวง Free ดังประเดิม จากนั้นแบรนด์ลอยัลตี้ของขาร็อครุ่นกลางถึงใหญ่ของเมืองไทยที่มีต่อมาโนช พุฒตาลในอีกหน้าหนึ่งของเขาก็ได้รับการพิสูจน์เมื่อบทเพลงร็อคระดับคลาสสิกในช่วงสิบถึงยี่สิบปีก่อนทยอยหลั่งไหลออกมาอย่างต่อเนื่อง อย่างเช่นเพลงเด่นๆ จากเซาเทิร์นร็อคริฟต์งามๆ อย่าง Blue Sky ต่อด้วย Whipping Post และ One Way Out ของ The Allman Brothers Band

ในช่วงต่อระหว่างเพลงที่มีการพูดคุยกับผู้ชม คุณมาโนชก็ยังเป็นคุณมาโนช ที่มีลีลาการพูดและน้ำเสียง 'อย่างมาโนช' มีการเปิดเผยที่มาของชื่อวง The Lamb ซึ่งคุณมาโนชบอกว่าแท้ที่จริงเกิดขึ้นจากการถามไถ่เพื่อนร่วมวงกันว่า แกะเพลงนั้นมาแล้วหรือยัง...แกะเพลงนี้มาแล้วหรือยัง ถามกันบ่อยๆ เข้า คำพูดก็หดสั้นๆ ลงกลายเป็นแกะเพลงยัง...แกะเพลงยัง และแกะเพลงจึงได้กลายมาเป็นชื่อวงในที่สุด (ฮา...)

เนื่องจากวันนี้คุณมาโนชมาในรูปแบบของนักดนตรี เขาจึงพูดน้อยเล่นมาก เห็นฝีมือแล้วทึ่งและอึ้ง แต่ไม่เสียว เพิ่งจะประจักษ์ด้วยหูได้ดูด้วยตาว่าคนที่ใครๆ ก็รู้ว่าอยู่หลังไมโครโฟนมาครึ่งชีวิต และนานๆ ทีจะหยิบกีตาร์มาโซโล่ให้ฟังทางวิทยุและโทรทัศน์นั้น มีฝีไม้ลายมือเก่งกาจประดุจดั่งมืออาชีพ

มันทำให้ข้าพเจ้าอดสงสัยไม่ได้ว่า ตลอดเวลาที่ผ่านมา ทำไมคุณมาโนชถึงเลือกที่จะอยู่แต่หลังไมโครโฟนกับหน้าที่พิธีกรและนักจัดรายการแทนที่จะโลดแล่นไปบนเส้นเสียงของตัวโน้ต

เพลงที่คุณมาโนชกับเดอะแลมบ์เลือกมาเล่นมาร้องให้ชมให้ฟังเป็นเพลงคัฟเวอร์มากกว่าครึ่ง ราวกับว่าจงใจที่จะสื่อสารความชื่นชอบและหลงใหลของพวกเขาที่มีต่อสำเนียงร็อคแอนด์บลูส์อย่างลึกซึ้ง

คลาสสิกร็อคอมตะเรียงหน้ามาเป็นตับ ทั้งเพลงชึ่กชั่กร้อนแรงลูกเล่นแพรวพราวของ The Allman Brothers Band หรือหนักแน่นหนาตึ้บอย่าง Can’t Get Enough ของ Bad Company หรือจะเป็นเพลงคุ้นหูที่เพียบด้วยเสียงกีตาร์สวิงสวายของสโลว์แฮนด์: Eric Clapton ในเพลง Bell Bottom Blues

บัลลาดหวานๆ ช้าๆ กินใจอย่างของ Ballad of the Beacon ของ Wishbone Ash ก็...อื้อหือ เหนือคำบรรยาย โดยเฉพาะช่วงโซโล่ที่เพื่อนซี้ย่ำปึ้กของคุณมาโนชอย่างคุณอ้วน อรรถพร ชูโต กรีดเสียงกีตาร์คมหวานชนิดน้ำตาลในเลือดไหลออกหูเลยทีเดียว

เรียกว่าเพลงเร็วก็หนักแน่นดังภูผา เพลงช้าก็หวานแหลมปานน้ำผึ้งอาบคมกระบี่

ที่ถูกอกถูกใจมากที่สุดเห็นจะเป็น Hey you จากอัลบั้ม The Wall ของพิงค์ ฟลอยด์ วงสุดโปรดของข้าพเจ้าที่คุณมาโนชร้องเองและโชว์ฝีมือในช่วงโหยวิเวกต้นเพลงกับกีตาร์เสียงดีราคาหนึ่งพันห้าร้อยบาท (จริงๆ แพงกว่านั้นหลายเท่า!) น่าเสียดายที่อารมณ์ถูกเปลี่ยนด้วย Behind Blue Eyes ของ The Who ซึ่งคนรุ่นหลังจะรู้จักผ่าน Limp Bizkit ที่เอามาร้องมาเล่นใหม่ซะหวานเจี๊ยบยิ่งกว่าต้นฉบับ ก่อนจะกลับมาเป็น Comfortably Numb ของพิงค์ฟลอยด์อีกครั้ง

ภาคแรกของคอนเสิร์ตจึงให้บรรยากาศเหมือนนั่งชมการจัดรายการสดของคุณมาโนชที่เป็นพิธีกรเอง เล่นเอง ร้องเอง น่าแปลกใจว่าเสียงร้องของคุณมาโนชไม่หล่อเท่าเสียงพูด!

หมดภาคแรก นาฬิกาชี้เวลาทุ่มกว่าต้นๆ อันเป็นเวลาใกล้เคียงที่ข้าพเจ้าคิดเอาไว้ว่าคอนเสิร์ตจะเลิก ข้าพเจ้าชักร้อนใจ ห่วงพันธสัญญาก็ห่วง คอนเสิร์ตก็เล่นมาถึงเพียงครึ่งทาง

ไหนๆ ก็ไหนๆ แล้ว ข้าพเจ้าจะให้โอกาสคุณมาโนชเป็นครั้งสุดท้าย ถ้ายังไม่ยอมปล่อยข้าพเจ้ากลับไปหาลูกในเวลาอันควรล่ะก้อ เราจะได้เห็นดีกัน

ภาคสองเริ่มขึ้นหลังจากช่วงเบรกให้ดื่มน้ำ ปัสสาวะ เป็นเวลา 15 นาที

คุณชัยวัฒน์ มนูรังษี มือเบสใช้ Something ของ The Beatles เป็นสารกระตุ้น ตามด้วย Desperado จากเสียงร้องของคุณต้อย กฤติยา จารุกลัส นักร้องนำพลังเสียงดีไม่มีตกที่ยังยืนหยัดทนทานมาเกือบสองชั่วโมงแล้ว แกะตัวนี้มีดีที่เสียง จะร้องเพลงของใครก็ตามแต่เสียงที่ออกมาก็เป็นเสียงของเขาเอง

เข้าช่วงเพลงร็อคเนื้อไทย คุณมาโนชเริ่มนำผู้ชมเข้าสู่บรรยากาศของเพลงจากอัลบั้มของตนเองด้วยเพลงเด่นๆ อย่าง 'วาสิฏฐี' ตามด้วย 'ลำธาร' ไหลต่อไปที่ 'โลกสมมติ' และเพลงอื่นๆ จากอัลบั้ม 'ในทรรศนะของข้าพเจ้า' ซึ่งเป็นอัลบั้มที่มีเนื้อหาหนักแน่นด้วยปรัชญาและเรื่องของศรัทธาที่ล้ำลึกในบริบทต่างๆ ของชีวิตด้วยท่วงทำนองอย่างโปรเกรสซีฟร็อคที่อัดแน่นไปด้วยฝีมือของคนดนตรีคุณภาพคับแก้วซึ่งบทเพลงยังตรึงตราอยู่ในใจของข้าพเจ้าอยู่เสมอแม้เวลาจะล่วงเลยมากว่าสิบปีแล้ว

น่าทึ่งที่ว่าเดอะแลมบ์ขึ้นเวทีคอนเสิร์ตครั้งนี้เป็นครั้งที่สอง ห่างจากครั้งแรกถึง 13 ปี แต่ถึงกระนั้นก็ดูเหมือนว่าเหล่าแกะที่มาร่วมเล่นร่วมร้องกับคุณมาโนชนั้นเตรียมความพร้อมแกะเพลงมาเป็นอย่างดีสมชื่อวงทั้งๆ ที่ ลีลาและฝีมือแต่ละคนนั้น ยังไงๆ เซียนก็เรียกพี่ รับประกันซ่อมฟรี สรรพคุณไม่ต้องบรรยาย

มีแกะรับเชิญที่คุณมาโนชไม่นับเป็นแขกขึ้นมาแจมด้วยสองท่านซึ่งเป็นสมาชิกดั้งเดิมของวง คนแรกคือคุณพิทักษ์ ศรีสังข์ มือเบสรุ่นเก๋าซึ่งถือว่าชื่อชั้นอยู่ในระดับหนึ่งในห้าของเมืองไทย ปัจจุบันทำธุรกิจเปิดร้านอยู่ที่เขาหลัก จังหวัดพังงา อีกคนเป็นมือกลองฉายากระเดื่องปีศาจ มีนามกรว่า อิทธิชัย บัวแก้ว ตัวโตมือหนักตีนหนักที่หวดกลองแต่ละครั้งเวทีแทบจะถล่มทลาย เห็นเล่นกันมันระเบิดเถิดเทิงอย่างนี้แล้วจะแยกกันอยู่ทำไมน้อ?

เวลาล่วงเลยมาถึงทุ่มสี่สิบห้านาที เหลือเพลงที่จะเล่นตามโผอีกสี่ห้าเพลงไม่นับ Everybody Needs a Friend ของ Wishbone Ash ซึ่งกำลังเริ่มบรรเลงในช่วงต้นๆ ของเพลง ข้าพเจ้าเริ่มใจเสีย เฉพาะเพลงนี้ความยาวก็ปาเข้าไปสิบกว่านาทีแล้ว ถ้าอยู่ฟังจนจบก็หายนะแน่ เวลาสองทุ่มคือกำหนดเคอร์ฟิวที่ลูกต้องเข้านอน เทียนเค้กในใจของข้าพเจ้าเริ่มหรี่ลง เมื่อตัดสินใจล้วงเอาโทรศัพท์เคลื่อนที่ขึ้นมาแอบเปิดดู พบข้อความแจ้งว่ามี Missed Call สามครั้งจากที่บ้าน ข้าพเจ้าเดินคอตกออกจากหอประชุมรีบกดหมายเลขโทรศัพท์บ้าน

ลูกสาวรับสายตามคาด

“ป่าป๊า เมื่อไหร่จะกลับมาคะ หนูรอตัดเค้กอยู่” แม้มิได้ตัดพ้อ แต่น้ำเสียงโหยหายิ่งนัก

Everybody needs A Friend แต่ว่า My girl needs Papa.

ข้าพเจ้าให้เวลากับแกะเพลงไปเกือบสามชั่วโมงแล้ว แต่คุณมาโนชก็ยังเล่นไม่ครบเพลงตามที่ยั่วเอาไว้ ข้าพเจ้านึกเสียดายที่ไม่สามารถรั้งตัวเองอยู่ฟังจนจบได้

สองทุ่มห้านาที...ข้าพเจ้าเดินเซื่องเข้าบ้านที่ปิดไฟมืดแล้ว ลูกสาวขึ้นนอนตามเวลา เค้กไอศกรีมในช่องน้ำแข็งถูกตัดเป็นเสี้ยวๆ ไว้ให้พ่อ เทียนไขนอนแอ้งแม้งข้างๆ ก้อนเค้ก ปลายไส้ผ่านการเผาไหม้แล้ว และปีนี้ไม่มีรูปถ่ายของลูกสาวกับเค้กวันเกิดฝีมือข้าพเจ้าเหมือนที่เคยผ่านมาทุกปี

ข้าพเจ้าเอ่ยคำขอโทษกับลูกในความมืด เสียใจที่ไม่สามารถกลับมาให้ทันเวลาอันควร ลูกบอกว่าไม่เป็นไร พ่อกลับมาแล้วก็ดีใจ

แล้วคุณมาโนชล่ะ จะว่าอย่างไรกับการที่ข้าพเจ้าไม่มีโอกาสได้อยู่อังกอร์กับฉากสุดท้ายบนเวทีของคุณมาโนชกับแกะเพลงทั้งหลาย เรื่องนี้ต้องมีการชดใช้ เมื่อไหร่ก็ได้ ว่ามาเลย

ช่วยแกะเพลงมาเล่นให้ฟังอีกเถอะ...ได้โปรด!

ชัยกร หาญไฟฟ้า (คนรักลูก)

ที่มา : http://www.bangkokbiznews.com/2007/06/29/WW06_0610_news.php?newsid=81505


<- Last Page :: Next Page ->

About Me

ที่นี่...ไม่มีพรมแดน... ที่นี่...เปิดตลอดเวลา... อยากให้มวลผีเสื้อ..โบยบินอีกครา..... ร่วมเดินตามฝัน..ไปบนทางสายเดียวกัน...

Recent Posts

• อย่าเก็บข้อมูลใน CD-R นานเกินไป
• การตลาดผ่านออนไลน์ทั่วโลกบูม น้ำเมาแห่เปิดเว็บไซต์-5 ปีสื่อหลักเริ่มดื้อยา
• โอนเงินผิดบัญชี
• คิดถึงอาจารย์ป๋วย : คิดถึงเพื่อทำดีให้มากขึ้น
• กระซิบจากผีเฝ้าแผ่นดิน
• Happy Lock เครื่องล็อกล้อ กันรถหายแบบไม่เสียค่าปรับ
• เปิดคำให้การ...ของเด็กติดเกม
• การแก้ไขปัญหา ADSL
• Homeless Rangers ‘ชายขอบ’ ผู้พิทักษ์โลก
• มีเซ็กซ์กับแฟนถือว่าเป็นเรื่องปกติของการเป็นแฟนจริงหรือคะ(เรทนะ)
• ‘DFM’รถจีนบุกตลาดไทยเคาะ2.79แสนบ.บวกNGV
• ม.ล.ปริญญากร วรวรรณ เสือมีปีก
• สนมั้ย? โซลาร์เซลล์วัตต์ละ 1 ดอลลาร์
• สัจธรรมน้ำมันแพงเริ่มบทโหดของจริง(ตอนจบ)
• สัจธรรมน้ำมันแพงเริ่มบทโหดของจริง(ตอนแรก)
• การใช้ภาษาไทยของคนไทย “ขั้นวิกฤต” ต้นเหตุมาจากกลุ่มบันเทิง การเมือง สื่อ
• คู่มือของสาวยุคใหม่ “เลิฟ ไดอารี่... รักนี้คุมได้”
• วันนี้ของ"โน้ต"ณัฐกานต์จาก"ดูโอป๊อปสตาร์"สู่"จิตอาสาเพื่อสังคม"
• “ชีวิตที่ (จำ) ต้องสู้” ของ นร.ทุนแกรมมี่
• ผีขนุน2008"สก๊อย"ค้ากามริมถนนรับรายได้งาม
• อย่าให้อาการ ปวดประจำเดือน มาตัดสินชีวิตคุณ นพ.กฤษดา ศิรามพุช
• เรียนฟรีมีที่ไหน?เปิดเทอมทีไร-พ่อแม่ทุกข์ระทม
• มีกิ๊กติดคุก6เดือน กม.ใหม่คุมผัวเมีย
• ตกขาว ภัยเงียบของผู้หญิง นพ.กฤษดา ศิรามพุช
• ดันเด็กไทยแบ่งกันรู้-ร่วมกันคิด ผ่านห้องสมุดดิจิตอล"KIDS-D"
• รวมวิธีปรับแต่งหมาย่างให้ไวว่องด้วยตนเอง
• ใครควรรับผิดชอบชีวิตคนไทย ตายปีละกว่าหมื่นคน ??
• ค้นข้อมูลบนอินเทอร์เน็ตแล้วมีรายได้เสริม
• จากกำแพงเพชรสู่ซิลิกอนวัลเลย์ กว่าจะเป็น"กระทิง"ผู้บริหารกูเกิลคนไทยคนแรก
• hi5 สินค้าขายดีของโลกออนไลน์
• Southern Seaboard การรุกเงียบ บนแผ่นดินด้ามขวาน!!
• นั่งข้างเตียง ฟังเสียงความตาย
• บทความ: ไปให้ไกลกว่า ‘xxx กระปุก’ สร้างมาตรฐานการใช้อินเทอร์เน็ต แบบไม่เลือกที่รักมักที่ชัง
• ฟีโรโมน สารเรียกรัก
• สำนึกจิตสาธารณะต้องสร้างตั้งแต่เด็ก / สรวงมณฑ์ สิทธิสมาน
• วัยโจ๋รวมพลัง “ลดพื้นที่เสี่ยง” รอบโรงเรียน
• กระทิงแดงขยายเครือข่ายใจอาสา สร้างสังคมเพิ่มคนใจดี
• ‘จิตอาสา’ ละครปลุกจิตสำนึกวัยรุ่น
• มหา'ลัยลุงโฮจ้างครูเดือนละแสนแก้สมองไหล
• ภาพฉาวเฉินกว้านซี สู่กรณีศึกษาในรั้วโรงเรียน
• โรงเรียนข้างถนน คนสนามหลวง
• ปี พ.ศ. 2555 "คนชรา" จะล้นเมือง !?
• 14 ก.พ.“รุมโทรม” สู่ “เซ็กซ์หมู่”! กับนาฏกรรมความใคร่ที่เปลี่ยนไป
• เตือนโจ๋โฮจิมินห์..วาเลนไทน์อย่าถ่าย X
• ฤาว่าเด็กวัยรุ่นยุคนี้จะขาดภูมิคุ้มกัน…
• ชีวิตกับความรัก
• รักแท้ - รักเทียม ดูอย่างไร
• รับสร้างบ้านฝากความหวังรัฐบาลใหม่ สานต่อเมกะโปรเจกต์ขับเคลื่อนเศรษฐกิจ
• รับชมการถ่ายทอดสด 80ชม. ร่วมด้วยช่วยร้องเพลงเพื่อพ่อแห่งแผ่นดิน ที่สถานีรถไฟหัวลำโพง
• บทความ: มหาวิทยาลัยที่ไม่มีคำตอบ
• อิทธิพลใหม่
• มหาชัย...เมืองมอญ หรือ 'เมียนมาร์ทาวน์'?
• MV ไฮเปอร์: นางฟ้าคืนเดียว
• แม่โจ้ 36 ..อินทผลัมไทย ไม้ประดับไม้มงคลออก ผลกินได้
• หลวงพ่อปัญญา มรณภาพ สิ้นนักรบธรรม
• รายงานพิเศษ...“ภิกษุสันดานกา”...เรื่องจริง หาใช่ หมิ่นสงฆ์!!
• หวังผ่าโครงสร้างกองทุนประกันสังคม ให้ กก. มาจากการเลือกตั้ง
• ไม่มีน้ำ เครียด สร้างเขื่อน...แม่วงก์ (วิธีคิดซ้ำซากของรัฐไทยกับเสียงของคนไม่มีเสียง)
• นักวิชาการแฉเด็กมัธยม “ตบ ตี เตะ ตื้บ” รุนแรงมากขึ้น
• โสเภณีที่....สนามหลวง ลุงอ้วน
• ลือหึ่ง “ลีอาห์ ดีซอน” เบื้องหลังหมอง-เอวีหน้าเหมือนระบาด
• รักโรแมนติคคืออะไร ? 'สุชาดา จักรพิสุทธิ์' เคยเขียนถึง 'นิธิ เอียวศรีวงศ์'
• BLOGGER นักเขียนในโลกไร้พรมแดน
• “โลกของเขาในดวงตาของเรา” เมื่อ ‘คนขายหมี่’ เป็น “กวีซีไรต์”
• คาถาแก้ปัญหา
• ธรรมะทอล์คโชว์-ธรรมะพลิกชีวิต "พระมหาสมปอง"เพื่อบ้านครูน้อย
• ขอบริจาคหนังสือให้เด็ก : สาวิตรี อินทร์พร
• ผู้ชายที่ไม่ควรเสียเวลาด้วย
• แมกกาซีน + วีซีดี หวือ หวิว สยิว เซ็กซ์ ( ? )
• ม.นอกระบบจุดจบของชาติตัดโอกาสคนจน
• ทำไมรักต่างวัย ถึงใจตรงกัน
• การทำ Traffic Control บนลินุกซ์
• มาตรฐานซีไรต์...เมื่อมองในมุมกว้าง
• บ ท รั ก บ ท ที่ ส อ ง
• โปรแกรมฆ่าไวรัส MSN image.zip, photo.zip, pic.zip
• โซนี่ยอมให้ "หนังโป๊" ออกบลู-เรย์ "ลาร่า-คาซุมิ" กลายเป็นหนังหื่น
• ปวดหลัง แค่เรื่องธรรมดาจริงหรือ
• ภาษาแอ๊บแบ๊ว พลังสื่อสารที่ต้องเงี่ยหูฟัง
• งานเงินที่อยู่คู่ครอง(ควรแสวงหาตามลำดับ)
• หนูดี วนิษา เรซ...ผู้เชี่ยวชาญด้านอัจฉริยภาพ (3)
• หนูดี วนิษา เรซ...ผู้เชี่ยวชาญด้านอัจฉริยภาพ (2)
• หนูดี วนิษา เรซ...ผู้เชี่ยวชาญด้านอัจฉริยภาพ (1)
• ว่าด้วยเรื่อง 'ที่ว่าง'
• จับเข่าคุยผู้ป่วยเด็กระยะสุดท้าย
• เสื่อม! เว็บโฆษณายาทำแท้งโผล่โจ๋งครึ่ม
• ปาร์ตี้ “เหล้าปั่น” ระบาด ดีกรีแห่งความพินาศของสังคม
• เผยวิจัยพบหญิงวัยกลางคนที่มีครอบครัวแล้วทำงานภาครัฐเครียดมากสุด
• เมื่อโลกที่สามลุกขึ้นสู้
• บทเรียนที่โรงเรียนไม่ได้สอน
• อัดฉีดประสิทธิภาพ Apache ให้แรงด้วยการใช้ Reverse Proxies
• การประยุกต์ใช้งาน IPCop
• รักคือการให้ จึงเป็นสุขทั้งผู้รักแล้วผู้ทีถูกรัก หากเขารับรับรักนั้น
• รายงาน จับตา ไอซีที : ออก กม.ลูก บังคับเก็บประวัติคนเล่นเน็ต เลข 13 หลัก เลขบัญชี เลขบัตรเครดิต
• แฉผัวแหล่งแพร่เชื้อเอดส์แนะสามีใส่ถุงยางหลับนอนกับเมีย
• เอาไว้อ่านเวลาทะเลาะกับแฟน
• คนที่รักกับคนที่ชอบ
• Sex & The City กับวิถีเมือง ใครว่าสาวโสด...อดเซ็กซ์?
• สนามวิจารณ์ : มาโนช พุฒตาลกับแกะเพลง... ในทรรศนะของข้าพเจ้า
• เรียนรู้อีกแง่มุมของความรัก
• ปรัชญาผ้าขี้ริ้ว

Links

• Home
• View my profile
• Archives
• Friends
• Email Me
• naigod_gotoknow
• naigod_Bloggang
• BlogNGO
• Albums_Blogth
• 555music
• AneW FoR YoU : สารพันปัญหาเซ็กส์
• มูลนิธิสื่อเพื่อเยาวชน
• บ้านบัณฑิตอาสาสมัคร รุ่น 31
• เว็บบอร์ด บอ.31
• บ้านบัณฑิตอาสาสมัคร รุ่น 26
• บ้านบัณฑิตอาสาสมัคร รุ่น 36
• เว็บบอร์ด บอ.36
• BlogBaanBorOr31
• grajok187 บอ38
• Graduate Volunteer Community
• เหลิม&เป้
• เว็บพี่ไก่
• เว็บหนุ่มม้ง
• Snarf-it.orgฟรีเว็บบิท
• โลกของหมวยเล็ก
• Tee36
• P_God_
• naigod_BlogSoftganz
• naigod_OkNation

Friends

• Lovelygirl
• Luck
• Sakda
• Deedy
• karint
• issarachon