Google

บ้านบัณฑิตอาสามัคร รุ่น31

2007-Jul-19 - จับเข่าคุยผู้ป่วยเด็กระยะสุดท้าย

Posted in BorOr31
     เรื่องโดย:แผนงานพัฒนาจิตเพื่อสุขภาพ มูลนิธิสดศรี-สฤษดิ์วงศ์

       ความตาย ซึ่งเรียกได้ว่าเป็นคำต้องห้ามสำหรับเด็ก รวมถึงผู้ใหญ่ก็ถือว่าเป็นคำที่โหดร้ายและนำไปสู่การสูญเสีย ความตายกลายเป็นปฏิปักษ์กับชีวิต หลายคนจึงพยายามที่จะผลักไสออกไปให้ไกลตัวมากที่สุด ทั้งที่ความจริงแล้วไม่มีใครหนีพ้นความตายไปได้เลย เช่นเดียวกับผู้ป่วยเด็กระยะสุดท้ายที่พักรักษาตัวในโรงพยาบาล คือ อีกกลุ่มหนึ่งที่ต้องเผชิญกับความตายในเวลาอันใกล้ นำมาซึ่งความเสียใจต่อผู้เป็นพ่อแม่ และญาติพี่น้องผู้ใกล้ชิด แต่จะมีวิธีใดที่จะสื่อสารให้เด็กเหล่านี้เข้าใจและทำใจยอมรับกับความตายที่จะเข้ามาถึงได้
       

       ทั้งนี้ ในการเสวนาเรื่องวัฒนธรรม ความตาย กับวาระสุดท้ายของชีวิต จัดโดยสำนักวิจัยสังคมและสุขภาพ (สวสส.) ร่วมกับเครือข่ายพุทธิกา (โดยการสนับสนุนจากแผนงานพัฒนาจิตเพื่อสุขภาพ มูลนิธิ สดศรี-สฤษดิ์วงศ์ (มสส.)) เมื่อเร็วๆ นี้ ประเด็นหนึ่งที่น่าสนใจ คือ เรื่องการสื่อสารเรื่องความตายกับผู้ป่วยเด็กระยะสุดท้าย ซึ่งทันตแพทย์หญิงอพภิวันท์ นิตยารัมภ์พงศ์ อาสาสมัครเครือข่ายพุทธิกา ได้ให้ความเห็นว่าไม่มีพ่อแม่หรือญาติพี่น้องคนไหนอยากให้บุตรหลานหรือบุคคลอันเป็นที่รักจากไปก่อนวัยและเวลาอันสมควร โดยเฉพาะในเด็กที่เกิดมาด้วยวัยไม่กี่ขวบ แต่ต้องพบกับโรคร้ายและต่อสู้กับความเจ็บปวดทางกาย ซึ่งทำให้ผู้เป็นพ่อแม่นั้นเจ็บปวดไปด้วย แต่ “ความตาย” เป็นเรื่องที่ห้ามไม่ได้ และไม่มีใครหลีกหนีได้พ้น ทำอย่างไรที่ผู้ดูแลจะสามารถสื่อสารให้เด็กเข้าใจเรื่อง “ความตาย” และทำให้เด็กใช้ชีวิตที่กับเวลาที่เหลืออยู่อย่างคุ้มค่ามากที่สุด นั่นหมายถึงการทำให้เด็กยอมรับและไม่กลัวกับความตายที่กำลังจะเข้ามาถึง เด็กต้องพร้อมที่จะเผชิญและเรียนรู้อยู่กับความตายที่กำลังจะเข้ามาถึงในเวลาอันใกล้
       
       ทพญ.อพภิวันท์ กล่าวว่า เด็กที่ยังไม่เข้าใจความหมายและไม่รู้ว่าความตายคืออะไร คือ เด็กที่อายุ 0-8 ขวบ เด็กจะเข้าใจว่าเป็นการนอนหลับไปเฉยๆ จึงไม่จำเป็นต้องอธิบายเรื่องความตายกับเด็กในวัยนี้ เมื่อพัฒนาการของเด็กยังไม่ถึงซึ่งความเข้าใจจึงไม่มีความจำเป็นที่จะยัดเยียดสิ่งเหล่านี้ให้กับเด็ก แต่เมื่ออายุ 8 ขวบขึ้นไป เด็กจะเริ่มเรียนรู้และสร้างจินตนาการเรื่องความตายจากญาติพี่น้องที่เสียชีวิตไปแล้วมาเข้าฝันในสภาพที่น่ากลัว ประกอบกับการรับชมภาพยนตร์ ละครโทรทัศน์ในปัจจุบันที่สร้างให้เกิดความน่ากลัวด้านลบ ซึ่งกลายเป็นปลูกฝังความกลัวในเรื่องความตายให้มากขึ้นไปอีก
       
       หากเปรียบเทียบความตายเหมือนพิซซ่าหน้าผักที่จะให้เด็กลองลิ้มชิมรส การโน้มน้าวให้เด็กยอมรับพิซซ่าหน้าผักมีเงื่อนไขดังนี้ 1) คนส่งพิซซ่าเปรียบเสมือนคนนำสารมาส่งถึงผู้รับ 2) รูปแบบของกล่องพิซซ่าต้องสวยงาม ชักชวนให้เด็กยอมรับประทานพิซว่าหน้าผักนี้ 3) ระยะเวลาที่ส่งพิซซ่า ที่ต้องคงความร้อนก่อนถึงมือผู้รับ เปรียบเสมือนกับการสื่อสารเรื่องความตายที่ต้องอาศัยความสัมพันธ์ที่ดี ระหว่างผู้ส่งสารและผู้รับสาร 4) การสร้างความสนิทสนม เพื่อให้เด็กรู้สึกไว้ใจ เชื่อมั่นในตัวผู้ส่งสาร รวมถึง 5) คือ การใช้ภาษาที่เข้าใจง่าย และที่สำคัญคือการเรียนรู้ลักษณะนิสัยของเด็กว่าควรจะสื่อสารกับเด็กในลักษณะใด และช่วงเวลาเช่นใดจึงจะเหมาะสม
       
       การสื่อสารเรื่องความตายในเด็กเป็นเรื่องที่ละเอียดอ่อน จึงควรสื่อสารด้วยภาษาของเด็ก ถ้าเป็นเด็กเล็กมากก็ไม่ควรใช้ภาษาพูด ควรใช้ภาษาจากสื่อต่างๆ แทน เช่นการสังเกตพฤติกรรมและพบว่าเด็กชอบเล่นรถยนต์ สามารถนำมาสื่อสารกับเด็กได้ว่าเมื่อรถยนต์ที่หนูเล่นเป็นประจำเกิดวิ่งไม่ได้หรือเกิดเสียขึ้นมาก็ต้องส่งเข้าโรงซ่อมให้หมอเติมน้ำมันและพ่นสีใหม่ เพื่อให้กลับมาวิ่งได้เหมือนเดิม เหมือนกับตัวหนูเองเมื่อเกิดความเจ็บป่วยก็ต้องทำการรักษา ต้องไปหาหมอที่โรงพยาบาลให้คุณหมอเติมน้ำมัน ฉีดยา จะได้วิ่งได้เหมือนรถ หรือว่ารถยนต์ผุพังไปได้เหมือนกับร่างกายของหนูก็พังได้เหมือนรถยนต์ที่หนูเล่น หากแต่หัวใจของหนูจะไปอยู่กับพระเจ้า แล้วพระเจ้าคือใคร? เราต้องตั้งคำถามเพื่อสร้างจินตนาการที่ดีให้กับเด็ก ดังนั้นผู้สื่อสารต้องเล่าเรื่องราวของพระเจ้าในทางที่ดี เช่น พระเจ้าคือผู้ใจดี ท่านอยู่บนฟ้า ท่านจะต้องรักหนูมาก นอกจากการเล่าด้วยคำพูดแล้ว ในขณะที่เล่าก็ควรหารูปภาพประกอบการเล่าเรื่องไปด้วย ด้วยเหตุที่ว่าการสื่อด้วยรูปภาพจะทำให้เด็กรู้สึกสงบขึ้น ทำให้เด็กมีภาพในใจสักภาพหนึ่งที่เห็นแล้วรู้สึกสบายใจ หรือภาพที่มีความรู้สึกคุ้นเคย เช่นภาพพระพุทธรูปที่เด็กเคยสวดมนต์กับพ่อแม่ที่บ้าน สิ่งที่เด็กอยู่ด้วยแล้วรู้สึกอบอุ่น คุ้นเคย มั่นคงและช่วยลดความกลัวลงได้
       
       ทพญ.อพภิวันท์ กล่าวต่อว่า การสื่อสารกับเด็กให้เข้าใจเรื่องของความตายสิ่งสำคัญคือไม่ควรสื่อสารโดยใช้คำว่าความตาย เพราะถือเป็นคำที่เจ็บปวดสำหรับผู้ป่วย โดยเฉพาะผู้ป่วยระยะสุดท้าย พ่อแม่หรือผู้ที่ดูแลก็ไม่ควรใช้คำนี้ ควรพูดถึงสิ่งที่ทำให้เค้ารู้สึกผ่อนคลาย นึกภาพจินตนาการและเห็นที่มาที่ไปของตัวเองว่าเคยทำอะไรที่ดีเอาไว้ และอยากที่จะทำอะไรต่อไป การสื่อสารหรือพูดคุยเรื่องความตายควรพูดคุยให้เหมือนเรื่องธรรมดา เช่นกรณีที่ผู้ป่วยเด็กระยะสุดท้ายพูดคุยกับแม่ว่าสมมุติว่าถ้าลูกไปเที่ยวแล้วแม่อยู่บ้านแล้วเกิดตายขึ้นมา เมื่อลูกกลับมาที่บ้านเห็นแม่แล้ว ลูกต้องช่วยดูแลร่างกายแม่ที่ตายด้วย แต่แม่อยากไปอยู่ที่สวนดอกไม้ที่แสนสวย ในขณะเดียวกันก็ถามกลับว่าถ้าลูกไปเที่ยวแล้วลูกเกิดตายขึ้นมา ลูกอยากให้แม่ทำอะไรให้กับลูกในวาระสุดท้าย แม่จะเอาหนูใส่จรวดขึ้นไปบนดวงจันทร์ดีหรือเปล่า แต่มันยากเกินไปนะ เพราะว่าแม่จะไปหาจรวดได้จากที่ไหน แม่ว่าไปสวนสนุกดีหรือเปล่า เพราะที่สวนสนุกก็มีจรวดเหมือนกัน ลูกขึ้นจรวดไปหาพระเจ้าใจดีที่อยู่บนฟ้า สิ่งเหล่านี้สามารถมีที่มาที่ไปได้ เด็กก็จะเริ่มเข้าใจความตายว่ามันเป็นเรื่องธรรมดา แม่ชอบดอกไม้แม่ก็ไปอยู่กับดอกไม้ ลูกชอบอะไรลูกก็ไปอยู่ที่ตรงนั้นได้ สิ่งที่ควรทำคือหาอะไรที่สื่อกับเด็กได้ง่ายให้เด็กมีที่เกาะเกี่ยวทางจิตใจ
       
       อย่างไรก็ตาม มีคนไข้จำนวนหนึ่งยังคงถูกทารุณกรรมทางจิตใจเมื่อทราบข่าวร้ายของตัวเอง หลายคนเกิดความรู้สึกด้านลบอย่างรุนแรงด้านจิตใจ และหลังจากที่สื่อสารเรื่องความตายกับผู้ป่วย แต่ไม่มีระบบการรองรับด้านจิตใจหลังจากทราบข่าวร้ายของตนเองอย่างไม่มีการเตรียมตัวนั้น ถือว่าเป็นสิ่งที่เลวร้ายมากที่สุด ทำให้พลังชีวิตของผู้ป่วยตกวูบลงมา เศร้าโศก เสียใจ และหมดกำลังใจในการต่อสู้และเตรียมใจที่จะเรียนรู้อยู่กับความตายของตนเอง และจากไปก่อนเวลาอันสมควร

ที่มา :  ผู้จัดการออนไลน์     18 กรกฎาคม 2550 17:37 น.


<- Last Page :: Next Page ->

About Me

ที่นี่...ไม่มีพรมแดน... ที่นี่...เปิดตลอดเวลา... อยากให้มวลผีเสื้อ..โบยบินอีกครา..... ร่วมเดินตามฝัน..ไปบนทางสายเดียวกัน...

Recent Posts

• อย่าเก็บข้อมูลใน CD-R นานเกินไป
• การตลาดผ่านออนไลน์ทั่วโลกบูม น้ำเมาแห่เปิดเว็บไซต์-5 ปีสื่อหลักเริ่มดื้อยา
• โอนเงินผิดบัญชี
• คิดถึงอาจารย์ป๋วย : คิดถึงเพื่อทำดีให้มากขึ้น
• กระซิบจากผีเฝ้าแผ่นดิน
• Happy Lock เครื่องล็อกล้อ กันรถหายแบบไม่เสียค่าปรับ
• เปิดคำให้การ...ของเด็กติดเกม
• การแก้ไขปัญหา ADSL
• Homeless Rangers ‘ชายขอบ’ ผู้พิทักษ์โลก
• มีเซ็กซ์กับแฟนถือว่าเป็นเรื่องปกติของการเป็นแฟนจริงหรือคะ(เรทนะ)
• ‘DFM’รถจีนบุกตลาดไทยเคาะ2.79แสนบ.บวกNGV
• ม.ล.ปริญญากร วรวรรณ เสือมีปีก
• สนมั้ย? โซลาร์เซลล์วัตต์ละ 1 ดอลลาร์
• สัจธรรมน้ำมันแพงเริ่มบทโหดของจริง(ตอนจบ)
• สัจธรรมน้ำมันแพงเริ่มบทโหดของจริง(ตอนแรก)
• การใช้ภาษาไทยของคนไทย “ขั้นวิกฤต” ต้นเหตุมาจากกลุ่มบันเทิง การเมือง สื่อ
• คู่มือของสาวยุคใหม่ “เลิฟ ไดอารี่... รักนี้คุมได้”
• วันนี้ของ"โน้ต"ณัฐกานต์จาก"ดูโอป๊อปสตาร์"สู่"จิตอาสาเพื่อสังคม"
• “ชีวิตที่ (จำ) ต้องสู้” ของ นร.ทุนแกรมมี่
• ผีขนุน2008"สก๊อย"ค้ากามริมถนนรับรายได้งาม
• อย่าให้อาการ ปวดประจำเดือน มาตัดสินชีวิตคุณ นพ.กฤษดา ศิรามพุช
• เรียนฟรีมีที่ไหน?เปิดเทอมทีไร-พ่อแม่ทุกข์ระทม
• มีกิ๊กติดคุก6เดือน กม.ใหม่คุมผัวเมีย
• ตกขาว ภัยเงียบของผู้หญิง นพ.กฤษดา ศิรามพุช
• ดันเด็กไทยแบ่งกันรู้-ร่วมกันคิด ผ่านห้องสมุดดิจิตอล"KIDS-D"
• รวมวิธีปรับแต่งหมาย่างให้ไวว่องด้วยตนเอง
• ใครควรรับผิดชอบชีวิตคนไทย ตายปีละกว่าหมื่นคน ??
• ค้นข้อมูลบนอินเทอร์เน็ตแล้วมีรายได้เสริม
• จากกำแพงเพชรสู่ซิลิกอนวัลเลย์ กว่าจะเป็น"กระทิง"ผู้บริหารกูเกิลคนไทยคนแรก
• hi5 สินค้าขายดีของโลกออนไลน์
• Southern Seaboard การรุกเงียบ บนแผ่นดินด้ามขวาน!!
• นั่งข้างเตียง ฟังเสียงความตาย
• บทความ: ไปให้ไกลกว่า ‘xxx กระปุก’ สร้างมาตรฐานการใช้อินเทอร์เน็ต แบบไม่เลือกที่รักมักที่ชัง
• ฟีโรโมน สารเรียกรัก
• สำนึกจิตสาธารณะต้องสร้างตั้งแต่เด็ก / สรวงมณฑ์ สิทธิสมาน
• วัยโจ๋รวมพลัง “ลดพื้นที่เสี่ยง” รอบโรงเรียน
• กระทิงแดงขยายเครือข่ายใจอาสา สร้างสังคมเพิ่มคนใจดี
• ‘จิตอาสา’ ละครปลุกจิตสำนึกวัยรุ่น
• มหา'ลัยลุงโฮจ้างครูเดือนละแสนแก้สมองไหล
• ภาพฉาวเฉินกว้านซี สู่กรณีศึกษาในรั้วโรงเรียน
• โรงเรียนข้างถนน คนสนามหลวง
• ปี พ.ศ. 2555 "คนชรา" จะล้นเมือง !?
• 14 ก.พ.“รุมโทรม” สู่ “เซ็กซ์หมู่”! กับนาฏกรรมความใคร่ที่เปลี่ยนไป
• เตือนโจ๋โฮจิมินห์..วาเลนไทน์อย่าถ่าย X
• ฤาว่าเด็กวัยรุ่นยุคนี้จะขาดภูมิคุ้มกัน…
• ชีวิตกับความรัก
• รักแท้ - รักเทียม ดูอย่างไร
• รับสร้างบ้านฝากความหวังรัฐบาลใหม่ สานต่อเมกะโปรเจกต์ขับเคลื่อนเศรษฐกิจ
• รับชมการถ่ายทอดสด 80ชม. ร่วมด้วยช่วยร้องเพลงเพื่อพ่อแห่งแผ่นดิน ที่สถานีรถไฟหัวลำโพง
• บทความ: มหาวิทยาลัยที่ไม่มีคำตอบ
• อิทธิพลใหม่
• มหาชัย...เมืองมอญ หรือ 'เมียนมาร์ทาวน์'?
• MV ไฮเปอร์: นางฟ้าคืนเดียว
• แม่โจ้ 36 ..อินทผลัมไทย ไม้ประดับไม้มงคลออก ผลกินได้
• หลวงพ่อปัญญา มรณภาพ สิ้นนักรบธรรม
• รายงานพิเศษ...“ภิกษุสันดานกา”...เรื่องจริง หาใช่ หมิ่นสงฆ์!!
• หวังผ่าโครงสร้างกองทุนประกันสังคม ให้ กก. มาจากการเลือกตั้ง
• ไม่มีน้ำ เครียด สร้างเขื่อน...แม่วงก์ (วิธีคิดซ้ำซากของรัฐไทยกับเสียงของคนไม่มีเสียง)
• นักวิชาการแฉเด็กมัธยม “ตบ ตี เตะ ตื้บ” รุนแรงมากขึ้น
• โสเภณีที่....สนามหลวง ลุงอ้วน
• ลือหึ่ง “ลีอาห์ ดีซอน” เบื้องหลังหมอง-เอวีหน้าเหมือนระบาด
• รักโรแมนติคคืออะไร ? 'สุชาดา จักรพิสุทธิ์' เคยเขียนถึง 'นิธิ เอียวศรีวงศ์'
• BLOGGER นักเขียนในโลกไร้พรมแดน
• “โลกของเขาในดวงตาของเรา” เมื่อ ‘คนขายหมี่’ เป็น “กวีซีไรต์”
• คาถาแก้ปัญหา
• ธรรมะทอล์คโชว์-ธรรมะพลิกชีวิต "พระมหาสมปอง"เพื่อบ้านครูน้อย
• ขอบริจาคหนังสือให้เด็ก : สาวิตรี อินทร์พร
• ผู้ชายที่ไม่ควรเสียเวลาด้วย
• แมกกาซีน + วีซีดี หวือ หวิว สยิว เซ็กซ์ ( ? )
• ม.นอกระบบจุดจบของชาติตัดโอกาสคนจน
• ทำไมรักต่างวัย ถึงใจตรงกัน
• การทำ Traffic Control บนลินุกซ์
• มาตรฐานซีไรต์...เมื่อมองในมุมกว้าง
• บ ท รั ก บ ท ที่ ส อ ง
• โปรแกรมฆ่าไวรัส MSN image.zip, photo.zip, pic.zip
• โซนี่ยอมให้ "หนังโป๊" ออกบลู-เรย์ "ลาร่า-คาซุมิ" กลายเป็นหนังหื่น
• ปวดหลัง แค่เรื่องธรรมดาจริงหรือ
• ภาษาแอ๊บแบ๊ว พลังสื่อสารที่ต้องเงี่ยหูฟัง
• งานเงินที่อยู่คู่ครอง(ควรแสวงหาตามลำดับ)
• หนูดี วนิษา เรซ...ผู้เชี่ยวชาญด้านอัจฉริยภาพ (3)
• หนูดี วนิษา เรซ...ผู้เชี่ยวชาญด้านอัจฉริยภาพ (2)
• หนูดี วนิษา เรซ...ผู้เชี่ยวชาญด้านอัจฉริยภาพ (1)
• ว่าด้วยเรื่อง 'ที่ว่าง'
• จับเข่าคุยผู้ป่วยเด็กระยะสุดท้าย
• เสื่อม! เว็บโฆษณายาทำแท้งโผล่โจ๋งครึ่ม
• ปาร์ตี้ “เหล้าปั่น” ระบาด ดีกรีแห่งความพินาศของสังคม
• เผยวิจัยพบหญิงวัยกลางคนที่มีครอบครัวแล้วทำงานภาครัฐเครียดมากสุด
• เมื่อโลกที่สามลุกขึ้นสู้
• บทเรียนที่โรงเรียนไม่ได้สอน
• อัดฉีดประสิทธิภาพ Apache ให้แรงด้วยการใช้ Reverse Proxies
• การประยุกต์ใช้งาน IPCop
• รักคือการให้ จึงเป็นสุขทั้งผู้รักแล้วผู้ทีถูกรัก หากเขารับรับรักนั้น
• รายงาน จับตา ไอซีที : ออก กม.ลูก บังคับเก็บประวัติคนเล่นเน็ต เลข 13 หลัก เลขบัญชี เลขบัตรเครดิต
• แฉผัวแหล่งแพร่เชื้อเอดส์แนะสามีใส่ถุงยางหลับนอนกับเมีย
• เอาไว้อ่านเวลาทะเลาะกับแฟน
• คนที่รักกับคนที่ชอบ
• Sex & The City กับวิถีเมือง ใครว่าสาวโสด...อดเซ็กซ์?
• สนามวิจารณ์ : มาโนช พุฒตาลกับแกะเพลง... ในทรรศนะของข้าพเจ้า
• เรียนรู้อีกแง่มุมของความรัก
• ปรัชญาผ้าขี้ริ้ว

Links

• Home
• View my profile
• Archives
• Friends
• Email Me
• naigod_gotoknow
• naigod_Bloggang
• BlogNGO
• Albums_Blogth
• 555music
• AneW FoR YoU : สารพันปัญหาเซ็กส์
• มูลนิธิสื่อเพื่อเยาวชน
• บ้านบัณฑิตอาสาสมัคร รุ่น 31
• เว็บบอร์ด บอ.31
• บ้านบัณฑิตอาสาสมัคร รุ่น 26
• บ้านบัณฑิตอาสาสมัคร รุ่น 36
• เว็บบอร์ด บอ.36
• BlogBaanBorOr31
• grajok187 บอ38
• Graduate Volunteer Community
• เหลิม&เป้
• เว็บพี่ไก่
• เว็บหนุ่มม้ง
• Snarf-it.orgฟรีเว็บบิท
• โลกของหมวยเล็ก
• Tee36
• P_God_
• naigod_BlogSoftganz
• naigod_OkNation

Friends

• Lovelygirl
• Luck
• Sakda
• Deedy
• karint
• issarachon