Google

บ้านบัณฑิตอาสามัคร รุ่น31

2007-Oct-2 - นักวิชาการแฉเด็กมัธยม “ตบ ตี เตะ ตื้บ” รุนแรงมากขึ้น

Posted in Gotoknow
       นักวิชาการแฉเด็กมัธยมติดอยู่ในวังวน “ตบ ตี เตะ ตื้บ” รุนแรงมากขึ้น เด็กหญิงน่าห่วงอารมณ์ดิบระเบิด เก็บกลั้นไม่อยู่ เข้าสถานพินิจเพิ่มปีละ 10% ก่อคดีวันละ 200 คดี 1 ปี ยอดพุ่ง 40,000 คดี ชกต่อยทะเลาะวิวาท มาเป็นอันดับ 2 เหตุเมา สังคมปล่อยอิสระเกินไป เด็กอาชีวะ-เด็กล้มเหลวการศึกษา และอยู่ลำพัง เสี่ยงหันหน้าเข้าสู่วงจรความรุนแรงมากสุด
       
       
วันนี้ (1 ต.ค.) กองทุนสนับสนุนการสร้างเสริมสุขภาพ (สสส.) จัดเสวนา “เด็กไทยนิยมใช้ความรุนแรง เข้าขั้นวิกฤติจริงหรือ” โดยดร.อมรวิชช์ นาครทรรพ ผู้อำนวยการสถาบันรามจิตติ ในฐานะผู้อำนวยการโครงการ Child Watch กล่าวว่า ปัญหาความรุนแรงในเด็กปัจจุบันนี้ มีคดีที่เกี่ยวกับความรุนแรงของเยาวชนเพิ่มขึ้นจาก 2-3 ปีก่อน มีคดีเด็กก่ออาชญากรรม 80 คดี ปัจจุบันเพิ่มขึ้นเป็นวันละ 200 คดี และ 40,000 คดีต่อปี เมื่อทำงานสำรวจเด็กในระดับมัธยมจำนวน 7 หมื่นคนทั่วประเทศ ในช่วงเดือน กุมภาพันธ์ พ.ศ.2550 ร่วมกับ สำนักงานคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามสิ่งเสพติด (ป.ป.ส.) ในเรื่องการถูกทำร้าย คุกคาม พบว่า เด็กได้รับความรุนแรง 9-10% ซึ่งรวมถึงการกระทำทางกาย ทางคำพูด ตบ ตี เตะ ตื้บ หากคิดจากจำนวนเด็กมัธยมศึกษาขึ้นไปถึงอาชีวศึกษา มีจำนวน 7 แสนคน แสดงให้เห็นถึงจำนวนเด็กที่อยู่ในวังวนตบ ตี เตะ ตื้บของความรุนแรงจำนวนมาก และยังพบว่ามีเด็กหญิง ที่เข้าสู่ความรุนแรงมากขึ้น ซึ่งปัจจัยมาจาก การดื่มแอลกอฮอล์ และสังคมที่ให้ความเป็นอิสระมากขึ้น
       
       “ตัวเลขความรุนแรงทั้งทางร่างกายและจิตใจ แม้ว่าขณะนี้ผู้ชายจะยังมากกว่าผู้หญิง แต่แนวโน้มความรุนแรงในผู้หญิงเพิ่มมากขึ้น เนื่องจาก ความพลุกพล่านทางอารมณ์ และสิทธิเท่าเทียมระหว่างหญิงชายทีมีมากขึ้น ทำให้อารมณ์ดิบที่ผู้หญิงเคยเก็บกลั้น และอดกลั้นเอาไว้ หายไป จนแสดงออกถึงความรุนแรงระหว่างกันมากขึ้น”ดร.อมรวิชช์ กล่าว
       
       ดร.อมรวิชช์ กล่าวว่า ขณะนี้สถานการณ์ความรุนแรงของเด็กพบว่ามีข้อมูลเกินกว่าที่จะรับได้ เพราะมีจำนวนเด็กเข้าสถานพินิจเพิ่มขึ้นปีละประมาณ 10% ซึ่งเร็วกว่าดัชนีมวลรวมของประเทศด้วย แม้ว่าสาเหตุเรื่องความรุนแรง ชกต่อยทะเลาะวิวาท จะเป็นสาเหตุอันดับ 2 ที่ทำให้เด็กต้องเข้าสถานพินิจ รองมาจากการลักทรัพย์ที่ส่วนใหญ่เจ้าของคดีไม่ยอมความ แต่ความเป็นจริงแล้วคดีความรุนแรงมักยอมความกันทำให้เด็กไม่โดนลงโทษถึงขั้นเข้าสถานพินิจ แต่ในแต่ละวันกลับพบว่ามีการแจ้งเหตุการณ์ชกต่อยทะเลาะวิวาทันทุกวัน
       
       “ปัจจุบันมีเด็กระดับมัธยม ที่ต้องอยู่ลำพัง 30% เมื่อจำแนกออกมาพบว่าเป็นเด็กอาชีวะ 50% ซึ่งถือเป็นปัจจัยเสี่ยงลำดับต้นที่จะทำให้เด็กเข้าสู่ความรุนแรง 2-3 เท่า นอกจากนี้ยังพบว่า เด็กที่รู้สึกล้มเหลวทางการศึกษาจะหันเข้าสู่ความรุนแรงมากขึ้น จากการสำรวจพบว่ามีเด็กที่เกรดไม่ถึง 2 ประมาณ 10% หรือประมาณ 100 คนต่อโรงเรียน ทำให้เด็กกลุ่มที่นี้เข้าสู่วงจรของความรุนแรง ดื่มเหล้า สูบบุหรี่ เที่ยวกลางคืน โดดเรียน ซึ่งพบว่ามีเด็กระดับอาชีวศึกษา อุดมศึกษาดื่มเหล้าประมาณ 50% ถ้าเป็นเพศชายอย่างเดียวอาจพุ่งเป็น 70% ของนักศึกษาชายทั้งหมด” ดร.อมรวิชช์ กล่าว
       
       ดร.อมรวิชช์ กล่าวต่อว่า ปัจจัยต้นเหตุความรุนแรงที่สำคัญอีกประการ คือ การที่ครอบครัวไม่คงสภาพพอ ทำให้เด็กไร้ที่พึ่งพิง เมื่อเด็กไม่มีความภูมิใจในชีวิต ทำให้เกิดเป็นความล้มเหลวตามมา ประกอบกับสื่อที่มีภาพความรุนแรง ตอนละ 3-4 ฉาก ซึ่งแต่ละวันเด็กจะดูทีวี 3 ชั่วโมง เท่ากับจะได้รับฉากความรุนแรงวันละ 12 ฉาก เมื่อเด็กอายุ 20 ปี ก็จะได้รับฉากตบตี ด่าทอ ปล้ำกัน เป็นแสนฉาก ซึ่งเป็นเบ้าหลอมเนื่องจากครอบครัวไม่ให้ความใส่ใจ โรงเรียนก็ไม่ได้ดูแลจิตใจ ความคิด ศักยภาพ แต่ดูเพียงผลการเรียนเท่านั้น ซึ่งครอบครัวยังไม่มีสัญญาณไปในทางที่ดี
       
       นางคำนวณ พงศ์ศักดิ์ศรี ผู้ปกครองจากเครือข่ายครอบครัว กล่าวว่า รัฐบาลที่ผ่านมา วางนโยบายเกี่ยวกับเด็กและเยาวชน ให้หล้าคิดกล้าทำ แต่พอเวลาผ่านไป 3-4 ปี กลับพบว่านโยบายดังกล่าวไม่ได้ผล ก็เปลี่ยนเป็นคิดดี ทำดี จนทำให้ปัจจุบันเด็กกล้าคิดกล้าทำ รวมถึงการกล้ากระทำความรุนแรง เป็นเพราะที่ผ่านมาผู้ใหญ่ให้การสนับสนุนเรื่องการกล้าแสดงออกโดยไม่มีถึงขอบเขตการแสดงออก แต่ในความเป็นจริงต้องส่งเสริมให้เด็กคิดดีทำดีได้ก่อน แล้วค่อยส่งเสริมการกล้าคิดกล้าทำ
       
       “ยอมรับว่าในโรงเรียนแม้กระทั้งโรงเรียนหญิงล้วนก็มีการตั้งเป็นแก๊งข่มขู่เพื่อนนักเรียนด้วยกัน ถึงขั้นลงมือตบตีเพียงเพื่อแย่งชิงโทรศัพท์ สิ่งเหล่านี้เกิดจากเด็กให้ความสำคัญของวัตถุมากกว่าจิตใจ เดิมครูเคยห้ามไม่ให้ใช้โทรศัพท์ในโรงเรียน แต่พ่อแม่กลับมีปัญหาว่าเหตุใดไม่ให้ลูกใช้โทรศัพท์โดยที่ไม่ฟังเหตุผล เมื่อพ่อแม่ต้องการเช่นนั้น ครูจึงไม่สามารถควบคุมนักเรียนได้”นางคำนวณ กล่าว

ที่มา : ผู้จัดการออนไลน์     1 ตุลาคม 2550 13:47 น.



<- Last Page :: Next Page ->

About Me

ที่นี่...ไม่มีพรมแดน... ที่นี่...เปิดตลอดเวลา... อยากให้มวลผีเสื้อ..โบยบินอีกครา..... ร่วมเดินตามฝัน..ไปบนทางสายเดียวกัน...

Recent Posts

• อย่าเก็บข้อมูลใน CD-R นานเกินไป
• การตลาดผ่านออนไลน์ทั่วโลกบูม น้ำเมาแห่เปิดเว็บไซต์-5 ปีสื่อหลักเริ่มดื้อยา
• โอนเงินผิดบัญชี
• คิดถึงอาจารย์ป๋วย : คิดถึงเพื่อทำดีให้มากขึ้น
• กระซิบจากผีเฝ้าแผ่นดิน
• Happy Lock เครื่องล็อกล้อ กันรถหายแบบไม่เสียค่าปรับ
• เปิดคำให้การ...ของเด็กติดเกม
• การแก้ไขปัญหา ADSL
• Homeless Rangers ‘ชายขอบ’ ผู้พิทักษ์โลก
• มีเซ็กซ์กับแฟนถือว่าเป็นเรื่องปกติของการเป็นแฟนจริงหรือคะ(เรทนะ)
• ‘DFM’รถจีนบุกตลาดไทยเคาะ2.79แสนบ.บวกNGV
• ม.ล.ปริญญากร วรวรรณ เสือมีปีก
• สนมั้ย? โซลาร์เซลล์วัตต์ละ 1 ดอลลาร์
• สัจธรรมน้ำมันแพงเริ่มบทโหดของจริง(ตอนจบ)
• สัจธรรมน้ำมันแพงเริ่มบทโหดของจริง(ตอนแรก)
• การใช้ภาษาไทยของคนไทย “ขั้นวิกฤต” ต้นเหตุมาจากกลุ่มบันเทิง การเมือง สื่อ
• คู่มือของสาวยุคใหม่ “เลิฟ ไดอารี่... รักนี้คุมได้”
• วันนี้ของ"โน้ต"ณัฐกานต์จาก"ดูโอป๊อปสตาร์"สู่"จิตอาสาเพื่อสังคม"
• “ชีวิตที่ (จำ) ต้องสู้” ของ นร.ทุนแกรมมี่
• ผีขนุน2008"สก๊อย"ค้ากามริมถนนรับรายได้งาม
• อย่าให้อาการ ปวดประจำเดือน มาตัดสินชีวิตคุณ นพ.กฤษดา ศิรามพุช
• เรียนฟรีมีที่ไหน?เปิดเทอมทีไร-พ่อแม่ทุกข์ระทม
• มีกิ๊กติดคุก6เดือน กม.ใหม่คุมผัวเมีย
• ตกขาว ภัยเงียบของผู้หญิง นพ.กฤษดา ศิรามพุช
• ดันเด็กไทยแบ่งกันรู้-ร่วมกันคิด ผ่านห้องสมุดดิจิตอล"KIDS-D"
• รวมวิธีปรับแต่งหมาย่างให้ไวว่องด้วยตนเอง
• ใครควรรับผิดชอบชีวิตคนไทย ตายปีละกว่าหมื่นคน ??
• ค้นข้อมูลบนอินเทอร์เน็ตแล้วมีรายได้เสริม
• จากกำแพงเพชรสู่ซิลิกอนวัลเลย์ กว่าจะเป็น"กระทิง"ผู้บริหารกูเกิลคนไทยคนแรก
• hi5 สินค้าขายดีของโลกออนไลน์
• Southern Seaboard การรุกเงียบ บนแผ่นดินด้ามขวาน!!
• นั่งข้างเตียง ฟังเสียงความตาย
• บทความ: ไปให้ไกลกว่า ‘xxx กระปุก’ สร้างมาตรฐานการใช้อินเทอร์เน็ต แบบไม่เลือกที่รักมักที่ชัง
• ฟีโรโมน สารเรียกรัก
• สำนึกจิตสาธารณะต้องสร้างตั้งแต่เด็ก / สรวงมณฑ์ สิทธิสมาน
• วัยโจ๋รวมพลัง “ลดพื้นที่เสี่ยง” รอบโรงเรียน
• กระทิงแดงขยายเครือข่ายใจอาสา สร้างสังคมเพิ่มคนใจดี
• ‘จิตอาสา’ ละครปลุกจิตสำนึกวัยรุ่น
• มหา'ลัยลุงโฮจ้างครูเดือนละแสนแก้สมองไหล
• ภาพฉาวเฉินกว้านซี สู่กรณีศึกษาในรั้วโรงเรียน
• โรงเรียนข้างถนน คนสนามหลวง
• ปี พ.ศ. 2555 "คนชรา" จะล้นเมือง !?
• 14 ก.พ.“รุมโทรม” สู่ “เซ็กซ์หมู่”! กับนาฏกรรมความใคร่ที่เปลี่ยนไป
• เตือนโจ๋โฮจิมินห์..วาเลนไทน์อย่าถ่าย X
• ฤาว่าเด็กวัยรุ่นยุคนี้จะขาดภูมิคุ้มกัน…
• ชีวิตกับความรัก
• รักแท้ - รักเทียม ดูอย่างไร
• รับสร้างบ้านฝากความหวังรัฐบาลใหม่ สานต่อเมกะโปรเจกต์ขับเคลื่อนเศรษฐกิจ
• รับชมการถ่ายทอดสด 80ชม. ร่วมด้วยช่วยร้องเพลงเพื่อพ่อแห่งแผ่นดิน ที่สถานีรถไฟหัวลำโพง
• บทความ: มหาวิทยาลัยที่ไม่มีคำตอบ
• อิทธิพลใหม่
• มหาชัย...เมืองมอญ หรือ 'เมียนมาร์ทาวน์'?
• MV ไฮเปอร์: นางฟ้าคืนเดียว
• แม่โจ้ 36 ..อินทผลัมไทย ไม้ประดับไม้มงคลออก ผลกินได้
• หลวงพ่อปัญญา มรณภาพ สิ้นนักรบธรรม
• รายงานพิเศษ...“ภิกษุสันดานกา”...เรื่องจริง หาใช่ หมิ่นสงฆ์!!
• หวังผ่าโครงสร้างกองทุนประกันสังคม ให้ กก. มาจากการเลือกตั้ง
• ไม่มีน้ำ เครียด สร้างเขื่อน...แม่วงก์ (วิธีคิดซ้ำซากของรัฐไทยกับเสียงของคนไม่มีเสียง)
• นักวิชาการแฉเด็กมัธยม “ตบ ตี เตะ ตื้บ” รุนแรงมากขึ้น
• โสเภณีที่....สนามหลวง ลุงอ้วน
• ลือหึ่ง “ลีอาห์ ดีซอน” เบื้องหลังหมอง-เอวีหน้าเหมือนระบาด
• รักโรแมนติคคืออะไร ? 'สุชาดา จักรพิสุทธิ์' เคยเขียนถึง 'นิธิ เอียวศรีวงศ์'
• BLOGGER นักเขียนในโลกไร้พรมแดน
• “โลกของเขาในดวงตาของเรา” เมื่อ ‘คนขายหมี่’ เป็น “กวีซีไรต์”
• คาถาแก้ปัญหา
• ธรรมะทอล์คโชว์-ธรรมะพลิกชีวิต "พระมหาสมปอง"เพื่อบ้านครูน้อย
• ขอบริจาคหนังสือให้เด็ก : สาวิตรี อินทร์พร
• ผู้ชายที่ไม่ควรเสียเวลาด้วย
• แมกกาซีน + วีซีดี หวือ หวิว สยิว เซ็กซ์ ( ? )
• ม.นอกระบบจุดจบของชาติตัดโอกาสคนจน
• ทำไมรักต่างวัย ถึงใจตรงกัน
• การทำ Traffic Control บนลินุกซ์
• มาตรฐานซีไรต์...เมื่อมองในมุมกว้าง
• บ ท รั ก บ ท ที่ ส อ ง
• โปรแกรมฆ่าไวรัส MSN image.zip, photo.zip, pic.zip
• โซนี่ยอมให้ "หนังโป๊" ออกบลู-เรย์ "ลาร่า-คาซุมิ" กลายเป็นหนังหื่น
• ปวดหลัง แค่เรื่องธรรมดาจริงหรือ
• ภาษาแอ๊บแบ๊ว พลังสื่อสารที่ต้องเงี่ยหูฟัง
• งานเงินที่อยู่คู่ครอง(ควรแสวงหาตามลำดับ)
• หนูดี วนิษา เรซ...ผู้เชี่ยวชาญด้านอัจฉริยภาพ (3)
• หนูดี วนิษา เรซ...ผู้เชี่ยวชาญด้านอัจฉริยภาพ (2)
• หนูดี วนิษา เรซ...ผู้เชี่ยวชาญด้านอัจฉริยภาพ (1)
• ว่าด้วยเรื่อง 'ที่ว่าง'
• จับเข่าคุยผู้ป่วยเด็กระยะสุดท้าย
• เสื่อม! เว็บโฆษณายาทำแท้งโผล่โจ๋งครึ่ม
• ปาร์ตี้ “เหล้าปั่น” ระบาด ดีกรีแห่งความพินาศของสังคม
• เผยวิจัยพบหญิงวัยกลางคนที่มีครอบครัวแล้วทำงานภาครัฐเครียดมากสุด
• เมื่อโลกที่สามลุกขึ้นสู้
• บทเรียนที่โรงเรียนไม่ได้สอน
• อัดฉีดประสิทธิภาพ Apache ให้แรงด้วยการใช้ Reverse Proxies
• การประยุกต์ใช้งาน IPCop
• รักคือการให้ จึงเป็นสุขทั้งผู้รักแล้วผู้ทีถูกรัก หากเขารับรับรักนั้น
• รายงาน จับตา ไอซีที : ออก กม.ลูก บังคับเก็บประวัติคนเล่นเน็ต เลข 13 หลัก เลขบัญชี เลขบัตรเครดิต
• แฉผัวแหล่งแพร่เชื้อเอดส์แนะสามีใส่ถุงยางหลับนอนกับเมีย
• เอาไว้อ่านเวลาทะเลาะกับแฟน
• คนที่รักกับคนที่ชอบ
• Sex & The City กับวิถีเมือง ใครว่าสาวโสด...อดเซ็กซ์?
• สนามวิจารณ์ : มาโนช พุฒตาลกับแกะเพลง... ในทรรศนะของข้าพเจ้า
• เรียนรู้อีกแง่มุมของความรัก
• ปรัชญาผ้าขี้ริ้ว

Links

• Home
• View my profile
• Archives
• Friends
• Email Me
• naigod_gotoknow
• naigod_Bloggang
• BlogNGO
• Albums_Blogth
• 555music
• AneW FoR YoU : สารพันปัญหาเซ็กส์
• มูลนิธิสื่อเพื่อเยาวชน
• บ้านบัณฑิตอาสาสมัคร รุ่น 31
• เว็บบอร์ด บอ.31
• บ้านบัณฑิตอาสาสมัคร รุ่น 26
• บ้านบัณฑิตอาสาสมัคร รุ่น 36
• เว็บบอร์ด บอ.36
• BlogBaanBorOr31
• grajok187 บอ38
• Graduate Volunteer Community
• เหลิม&เป้
• เว็บพี่ไก่
• เว็บหนุ่มม้ง
• Snarf-it.orgฟรีเว็บบิท
• โลกของหมวยเล็ก
• Tee36
• P_God_
• naigod_BlogSoftganz
• naigod_OkNation

Friends

• Lovelygirl
• Luck
• Sakda
• Deedy
• karint
• issarachon