| คลิกที่ภาพเพื่อดูขนาดใหญ่ขึ้น |
|
|
|
 |
เวลามีข่าวว่าจะสร้างเขื่อนทีไร
ข่าวที่ตามมาติดๆ คือการคัดค้านการสร้างเขื่อน
คนเจ้าอารมณ์และขี้หงุดหงิดก็จะบริภาษคนค้านเขื่อนเป็นแผ่นเสียงตกร่องว่า
รับเงินต่างชาติ, เอาป่าไม่เอาคน, พวกถ่วงความเจริญ ฯลฯ เจอเข้าแบบนี้
เสียงของคนไม่เอาเขื่อนก็กลายเป็นคนไม่มีเสียงไปโดยปริยาย
ซึ่งคาดเดาได้ว่าคนเจ้าอารมณ์และขี้หงุดหงิดนี้อาจมีความบกพร่องทางคณิตศาสตร์ในเรื่องสมการที่เชื่อว่า
เขื่อน=การพัฒนา โดยมิพักต้องฟังก่อนเลยว่ามีข้อมูลทางวิชาการอะไรบ้างที่ค้ำยันการคัดค้านนั้น
เวลามีข่าวจะสร้างเขื่อนทีไร
การนำเสนอเรื่องเขื่อนๆ ค้านๆ เป็นต้องชวนปวดหัวทุกที ด้วยความเชื่อที่
(ไม่รู้ใครปลูกฝัง) ว่าประเด็นไม่เอาเขื่อนเป็นเรื่องหนัก สีเขียวจัด
ต้องปรุงรส เคลือบสีลูกกวาดกันเสียก่อนให้ผู้เสพข่าวเคี้ยวง่ายๆ จนพูดตรงๆ
กันไม่ได้เอาเลย
อีกอย่างคือมันเป็นประเด็นล่อเป้าที่อาจทำให้คนที่พูดเรื่องนี้ถูกบริภาษได้ไม่แพ้กับคนค้านเอง
ในทางหนึ่งการปรุงแต่งจึงคล้ายๆ เป็นการยกการ์ดให้สูงไปในตัว
จะได้ไม่เผลอการ์ดตกและถูกคนเจ้าอารมณ์และขี้หงุดหงิดสอยคางเอาได้ง่ายๆ
แต่บางครั้งอะไรๆ
ที่ง่ายและสนุกไปเสียหมดก็อาจเป็นการหมิ่นแคลนคนอ่านจนเกินไป
เอาอย่างนี้แล้วกัน ว่ากันแบบหมัดตรง
ไม่ต้องอ้อมค้อมเรื่องต่อไปนี้เป็นเรื่องการคัดค้านการสร้าง
เขื่อนแม่วงก์ ในจังหวัดนครสวรรค์
เขื่อนที่มีข้อมูลระบุว่าใช้ต้นทุนมหาศาล แต่ผลประโยชน์ที่ได้สุดต่ำ
...โดยขออนุญาตไม่ปรุงรส
.......................
1. เขื่อนแม่วงก์ถูกดำริขึ้นในปี 2518 ขณะนั้นกรมชลประทานเพ่งมองไปยังพื้นที่บริเวณ เขาชนกัน
เพราะเป็นพื้นที่สัมปทานไม้เดิม ความอุดมสมบูรณ์ของป่าจึงถดถอย
ทั้งยังสามารถรองรับน้ำได้ในปริมาณมากเนื่องจากเป็นพื้นที่ราบ
เสียแต่ว่าติดขัดตรงที่ถูกคัดค้านจากนักการเมือง เปล่า,
มันไม่ได้หมายความว่านักการเมืองไทยยุคนั้นมีความคิดก้าวหน้าล้ำยุค
เพียงแต่ที่ดินจำนวนมากในบริเวณที่จะต้องสร้างเขื่อนเป็นของนักการเมืองต่างหาก
หลังจากนั้นทางกรมชลฯ
จึงเข้าไปศึกษาผลกระทบสิ่งแวดล้อมในพื้นที่ใหม่ในการสร้างเขื่อนซึ่งที่แห่งใหม่นี้คือบริเวณเขาสบกก
ในพื้นที่อุทยานแห่งชาติแม่วงก์
2. เขื่อนแม่วงก์ถือเป็นเขื่อนขนาดใหญ่ มีความสูง 57 เมตร ยาว 730
เมตร มีพื้นที่อ่างเก็บน้ำ 11,000 ไร่ที่ระดับเก็บกักน้ำปกติ และ 12,375
ไร่ที่ระดับเก็บกักน้ำสูงสุด เก็บน้ำได้ 230 ล้านลูกบาศก์เมตร
เพื่อพื้นที่ชลประทานเดิม 230,000 ไร่ และพื้นที่ชลประทานใหม่ 61,000 ไร่
ประเมินราคาค่าก่อสร้างเมื่อปี 2539 อยู่ที่ 4,043 ล้านบาท
โดยยังไม่นับรวมค่าใช้จ่ายด้านสิ่งแวดล้อม
3. ปี 2542 อนุรักษ์ จุรีมาศ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ในขณะนั้น ได้แต่งตั้งคณะกรรมการประชาพิจารณ์ขึ้น โดยหนึ่งในคณะกรรมการมีชื่อ ศ.ดร.ธีระ สูตะบุตร
อธิการบดีมหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ในขณะนั้นรวมอยู่ได้
ปัจจุบันเขาเป็นรัฐมนตรีว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ ปี 2548
มติการประชุมครั้ง 10/2545 ของคณะกรรมการสิ่งแวดล้อมแห่งชาติ ระบุว่า
ยังไม่เห็นชอบกับรายงานการวิเคราะห์ผลกระทบสิ่งแวดล้อมโครงการเขื่อนแม่วงก์
จังหวัดนครสวรรค์ และมอบหมายให้กรมชลประทานหาทางเลือกของที่ตั้งโครงการฯ
และทำการศึกษาเพิ่มเติมในเรื่องการบริหารจัดการลุ่มน้ำทั้งระบบในลักษณะบูรณาการ
แล้วนำเสนอคณะกรรมการสิ่งแวดล้อมแห่งชาติเพื่อพิจารณาอีกครั้งหนึ่ง
ส่วนหนึ่งที่ทำให้การศึกษาไม่ชัดเจนเป็นเพราะ ปลอดประสพ สุรัสวดี อธิบดีกรมป่าไม้ในยุคนั้น ไม่ยินยอมให้กรมชลฯ เข้าไปทำการศึกษาในเขตอุทยานแห่งชาติ
(บ้านพักที่เราใช้หลับนอน
ยืนอ้างว้างอยู่ริมฝั่งน้ำชื่อโรแมนติก แม่เรวา คงเพราะเป็นหน้าฝน
สายน้ำแม่เรวาจึงไหลแรงส่งเสียงตึงตัง
ไม่ถึงกับเกรี้ยวกราดแต่ก็เรียกไม่ได้ว่านุ่มนวล สายฝน
ใยหมอกยังฟุ้งในบรรยากาศ เราถูกกอดด้วยขุนเขาและแมกไม้)
4. สู่ พ.ศ. นี้ ศ.ดร.ธีระในฐานะที่ได้นั่งแท่น รมว. กระทรวงเกษตรฯ
จึงคิดผลักดันเขื่อนแม่วงก์อีกครั้งโดยแทงเรื่องเข้าที่ประชุมคณะรัฐมนตรี
(ครม.) ผลปรากฏว่าถูกคัดค้านจากกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม
กระทรวงการคลัง และสภาพัฒนาการเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ
5. ในฐานะที่อุทยานแห่งชาติแม่วงก์เป็นส่วนหนึ่งของผืนป่าตะวันตก
ผืนป่าที่มีขนาดใหญ่ที่สุดในเอเชียตะวันออกเฉียงใต้และเป็นพื้นที่กันชนของมรดกโลก-ห้วยขาแข้งและทุ่งใหญ่นเรศวร-ผู้ที่มีข้อมูลดีที่สุดว่าทำไมไม่ควรสร้างย่อมหนีไม่พ้น
มูลนิธิสืบนาคะเสถียร และองค์กรภาคประชาชนจำนวนหนึ่งที่หวงแหนผืนป่าตะวันตก
6.
การขยายพื้นที่ทางการเกษตรและแก้ปัญหาอุทกภัยในพื้นที่อำเภอลาดยาว
อำเภอสว่างอารมณ์ อำเภอเมืองนครสวรรค์ และในจังหวัดอุทัยธานี
เป็นเหตุผลที่กรมชลฯ ใช้อ้างเพื่อสร้างเขื่อนแม่วงก์ ประทีป มีคติธรรม
ฝ่ายวิชาการมูลนิธิสืบฯ อธิบายว่า
พื้นที่ที่จะสร้างเขื่อนเป็นพื้นที่ทุ่งนา มีคลองส่งน้ำตลอด ทำนากันปีละ
2-3 ครั้งซึ่งเต็มที่ของพื้นที่แล้ว
ที่ผมอยากให้ดูก็คือพื้นที่ปัจจุบันมันก็เป็นพื้นที่ชลประทานที่สามารถทำนา
ทำการเกษตรได้อยู่แล้ว
การอ้างว่าจะช่วยขยายพื้นที่การเกษตรขึ้นจึงไม่ถูกทั้งหมด
เพราะเป็นการเอาพื้นที่ชลประทานเดิมมาบวกรวมด้วย
ขณะที่พื้นที่มีความแห้งแล้งจริงๆ เช่น
ในบริเวณด้านขวาของเขาแม่กระทู้กลับไม่ได้รับผลประโยชน์จากเขื่อนแม่วงก์
ส่วนภาวะน้ำท่วมในอำเภอลาดยาวมีหลายปัจจัย
เพราะพื้นที่นี้เป็นพื้นที่ลุ่ม พื้นที่ต่ำอยู่แล้ว
และน้ำก็ไม่ได้มาจากทางแม่วงก์ฝ่ายเดียว แต่น้ำยังมาจากด้านเหนือด้วย
การสร้างเขื่อนแม่วงก์จึงไม่ใช่การการันตีว่าน้ำจะไม่ท่วมอำเภอลาดยาวเพราะน้ำมาจากหลายทาง
ปัญหาน้ำท่วมอำเภอลาดยาวไม่ได้เกิดจากปริมาณน้ำเพียงอย่างเดียว
แต่ยังเกิดจากการพัฒนาโครงสร้างที่ไม่ได้คำนึงถึงระบบการไหลของน้ำ
เพราะเมื่อดูแผนที่จะพบว่าพื้นที่ตลาดลาดยาวถูกล้อมรอบด้วยถนนทั้งสี่ด้าน
เมื่อน้ำจากแม่วงก์และน้ำจากทางเหนือหลากมา
น้ำจึงขังอยู่ในแอ่งกระทะนี้โดยไม่สามารถระบายออกไปได้
(คืนนั้นหลังจากเสร็จสิ้นภารกิจทุกอย่าง
เราเข้านอนในบ้านริมฝั่งน้ำ อากาศเย็นกำลังดี
ไม่ต้องกอดตัวเองให้แน่นจนเกินไป ลำน้ำแม่เรวายังไม่หยุดส่งเสียง
แมลงกลางคืนร้องเพลงหาคู่ตามกิจวัตร มีคนบอกเราว่าที่ที่เรากำลังนอน
และแมลงกำลังหาคู่คือบริเวณที่จะเป็นสันเขื่อน และพื้นที่รอบๆ
จะถูกน้ำท่วม)
7.
เรื่องที่มีคนรู้กันไม่มากคือพื้นที่เขาสบกกนี้
จัดเป็นแหล่งป่าสักใหญ่อันดับ 2 ของประเทศรองจากแก่งเสือเต้น
(ถึงตรงนี้คงพอจะเชื่อมโยงได้แล้วว่าถ้าเขื่อนเกิด
จะมีนักการเมืองเข้าไปแย่งชิงขอสัมปทานไม้มูลค่า 500
ล้านบาทนี้กันอุตลุตเพียงใด) นอกจากนี้
พื้นที่ดังกล่าวยังเป็นป่าที่ราบที่มีขนาดใหญ่กว่าป่าที่ราบในห้วยขาแข้ง
ซึ่งป่าลักษณะนี้เป็นที่ที่เหมาะในการอยู่อาศัยของสัตว์ป่าและถือเป็นหัวใจของผืนป่า
เป็นแหล่งกระจายพันธุกรรมพืช
และทำให้ผืนป่าตะวันตกถูกฉีกขาดจากกันด้วยผืนน้ำ
ส่งผลกระทบต่อเส้นทางหากินของสัตว์ป่า
8.
ทุกครั้งไปเมื่อเกิดกรณีโครงการของรัฐลงสู่พื้นที่ใดพื้นที่หนึ่ง
ประชาชนในพื้นที่ก็มักมีความคิดเห็นขัดแย้งกันเสมอ
เขื่อนแม่วงก์ก็อยู่ในเงื่อนไขเดียวกัน
มีชาวบ้านไม่น้อยที่ไม่เห็นด้วยกับการสร้างเขื่อน
แต่เสียงพวกเขาไม่ดังเท่ากับคนที่ต้องการเขื่อนซึ่งเป็นชนชั้นกลางในเมืองที่มีอำนาจทางเศรษฐกิจสูงกว่า
นอกจากนี้ยังมีการตั้งข้อสังเกตจากคนในพื้นที่ว่าใกล้เลือกตั้งเมื่อใด
เรื่องเขื่อนแม่วงก์เป็นต้องถูกพูดถึงทุกครั้งเพื่อใช้หาเสียง
มันอาจเป็นมายาคติของนักการเมืองไทยที่เชื่อว่าการสร้างผลงานที่ดีที่สุดคือเขื่อนกับถนน
ขณะที่ประชาชนเองก็ถูกหล่อหลอมมานานจากแนวคิดการพัฒนาที่เชื่อว่าการมีเขื่อนคือการพัฒนา
เหมือนกับว่าจังหวัดอื่นมีเขื่อนกันหมดแล้ว แต่นครสวรรค์ยังไม่มี ดังนั้น
จึงต้องสร้างเขื่อนแม่วงก์ (???)
9. อดิศักดิ์ จันทวิชานุวงษ์
เลขาธิการคณะกรรมการสิ่งแวดล้อมภาคเหนือตอนล่างซึ่งเป็นองค์กรภาคประชาชนในพื้นที่
อธิบายว่า
ปัจจุบันมีการใช้น้ำเพื่อการเกษตรจากแม่วงก์ในปริมาณที่มากอยู่แล้ว
จนทำให้ปริมาณน้ำที่ไหลลงสู่แม่น้ำสะแกกรังมีไม่เพียงพอ
เกิดปัญหาน้ำเน่าเสียเนื่องจากไม่เกิดการไหลเวียน
จนในอดีตต้องมีการขุดคลองเชื่อมระหว่างสะแกกรังกับเจ้าพระยา
เพื่อให้น้ำจากเจ้าพระยาเข้ามาทำหน้าที่ไหลเวียนน้ำในสะแกกรัง ถ้ามีเขื่อน
น้ำจากแม่วงก์ที่จะไหลเข้าสะแกกรังก็จะยิ่งน้อยลงอีก
ส่งผลต่อระบบนิเวศในแม่น้ำสะแกกรังและอาจเกิดความขัดแย้งระหว่างคนต้นน้ำกับท้ายน้ำ
10. ณรง แรงกสิกร ประธานเครือข่ายแม่วงก์ ชุมชนคนรักป่า
ชาวบ้านคิดว่าถ้ามีเขื่อนจะมีการจัดระบบการใช้น้ำอย่างถูกต้อง
เพราะถูกนักการเมืองมาปั่นกระแสไว้
แต่อีกกระแสเราก็บอกว่ามีเขื่อนแล้วเคยได้ใช้น้ำตามปกติมั้ย เวลามีเขื่อน
ถ้าน้ำน้อยเขาก็ปิดน้ำ ถ้าน้ำมากเขาก็เปิดน้ำ
นี่คือจุดแรกที่เราชี้ให้เห็น
(เช้าของอีกวันหนึ่ง
ดวงอาทิตย์ทำหน้าที่อย่างลำบากลำบนเพราะท้องฟ้ามีหมู่เมฆแน่นหนา
เจ้าหน้าที่ของมูลนิธิสืบฯ ควบขับโฟร์วีลขึ้นไปส่งพวกเราบนมออีหืด
จุดชมวิวที่เห็นฝั่งหนึ่งเป็นที่อยู่อาศัยของผู้คน มองไกลออกไป
เราสบสายตากับเขาชนกัน จุดที่เขา 2 ลูกมาบรรจบเป็นรูปตัววี
จุดนั้นแหละคือพื้นที่แรกที่คิดจะสร้างเขื่อนแม่วงก์
แต่ทำไม่ได้เพราะมีที่ดินของนักการเมืองอยู่
ส่วนอีกฝั่งเป็นผืนป่าที่ราบอันอุดมสมบูรณ์
ดอกสักสีขาวแต้มแต่งต้นแม่กันอย่างพร้อมเพรียง
เขื่อนจะทำให้พื้นที่ฝั่งนี้ทั้งหมดจมอยู่ใต้น้ำ)
11. ปัญหาจากการรวบอำนาจการจัดการน้ำของรัฐถูกพูดถึงมานานพอสมควร
แต่การแก้ไขอย่างเป็นรูปธรรมยังไม่เกิด
รัฐบาลชุดก่อนคิดจะขายน้ำให้ชาวนาปลูกข้าว
รัฐบาลชุดนี้ก็คิดแต่จะสร้างเขื่อน
การจัดการน้ำอย่างบูรณาการที่ให้ชุมชนมีส่วนร่วมยังเป็นแค่กลุ่มควัน
12. ตอนนี้ก็มีกลุ่มขององค์การบริหารส่วนตำบล
องค์การบริหารส่วนจังหวัดที่คิดจะสร้างฝายเล็กๆ ของเขาเอง
จะทดลองให้เห็นว่าการมีเขื่อนใหญ่ๆ กับฝายแบบนี้มันได้ผลประโยชน์พอๆ
กันมั้ย คือเรามีฝายเล็กๆ หลายๆ ตัว ทดน้ำเก็บไว้ในลำคลอง
เราก็มีน้ำใช้ตลอดทั้งปี ที่ผ่านมามันได้ผล
พอฝ่ายราชการมาเห็นก็บอกว่าน่าจะทำเป็นฝายขนาดใหญ่ 10-20 ล้าน
แต่เราบอกว่าเราไม่ต้องการใหญ่โตขนาดนั้นเพราะเกินความจำเป็นที่จะใช้มัน
ณรง กล่าว
13. ประกอบ อินชูพงษ์ ประธานคณะกรรมการอนุรักษ์ผืนป่าตะวันตก จังหวัดนครสวรรค์ เราเสนอทางเลือกว่าให้ใช้วิธีการจัดการน้ำแบบมีส่วนร่วม
เอาองค์กรอนุรักษ์ ภาคประชาสังคม หน่วยงานของราชการ
และองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น
มาคุยร่วมกันเรื่องการจัดการน้ำโดยไม่ต้องสร้างเขื่อน คุยกันทั้งระบบเลย
อย่างฝายบางจุดปรับปรุงแล้วสามารถแก้ปัญหาได้เลยนะครับ เช่น
ฝายห้วยน้ำหอมที่ลาดยาว
มีพวกเราบางคนไปช่วยแนะนำแล้วมันก็สามารถแก้ปัญหาได้ ลดปัญหาน้ำท่วมได้
อย่างตรงบริเวณเขาชนกัน ถ้าเราทำฝายสักตัว ตัวละประมาณ 20-30 ล้านบาท
แล้วทดลองดูว่าลดปัญหาน้ำท่วมได้มั้ย ค่อยๆ ทำไป แต่ต้องทำทั้งระบบ
ถนนที่กีดขวางทางไหลของน้ำก็ทำทางลอดให้มันดี
ส่วนไหนเป็นพื้นที่แห้งแล้งที่เปิดหน้าดินกันหมดเพื่อปลูกมันสำปะหลัง
ลองปลูกต้นไม้เพื่อช่วยซับน้ำ ป้องกันหน้าดินไม่ให้เกิดการชะล้างสูง
เพิ่มความชุ่มชื้นกับดิน เราลองทำกันดู
ว่าแต่รัฐจะฟังพวกเขาหรือเปล่า?
14. องค์กรด้านอนุรักษ์ทั้งภาคประชาชนและเอ็นจีโอ
เคยสรุปความเห็นเพื่อเสนอต่อคณะกรรมการประชาพิจารณ์เขื่อนแม่วงก์
ในการจัดการน้ำแทนการสร้างเขื่อนว่าควรมีการสร้างแหล่งน้ำขนาดเล็กใกล้บ้าน,
ฟื้นฟูแม่น้ำ,
ปรับเปลี่ยนวิถีการเกษตรจากการปลูกพืชเชิงเดี่ยวสู่การเกษตรแบบยั่งยืน,
ปรับปรุงประสิทธิภาพชลประทานซึ่งจะทำให้ได้น้ำเพิ่มขึ้นอีก 10 เปอร์เซ็นต์
และสร้างแก้มลิงเพื่อป้องกันน้ำท่วม เป็นต้น แต่ทุกอย่างก็เงียบเชียบ
เป็นเรื่องยากเย็นนักที่ข้อเรียกร้องต่างๆ จะเป็นจริงได้
เพราะถ้าสังเกตให้ดีจะพบว่านี่ไม่ใช่เป็นแค่การแก้ไขปัญหาแบบเฉพาะหน้า
แต่มันหมายถึงรัฐและสังคมจะต้องปรับเปลี่ยนกระบวนทัศน์ใหม่
ทั้งเรื่องการกระจายอำนาจ แนวคิดเกี่ยวกับการพัฒนา
และวิถีการผลิตทางการเกษตร
(ลงจากมออีหืด
พวกเราถูกนำไปปล่อยที่ริมฝั่งน้ำแม่เรวาจุดหนึ่งพร้อมด้วยเจ้าหน้าที่ 2 คน
มีคนบอกว่าเราต้องเดินข้ามแม่เรวาเพื่อเดินสำรวจผืนป่า
ทั้งที่แม่เรวาส่งเสียงขู่น่าครั่นคร้ามขนาดนั้น ใครจะนึกว่าต้องมาเดินป่า
ฝ่าสายน้ำแบบนี้ อย่างไรก็ตาม
สายน้ำแม่เรวาแม้ดุดันแต่ก็เยือกเย็นยามสัมผัส และอีก 8
กิโลเมตรบนเส้นทางเดินป่าเพื่อทำความรู้จักผืนป่าแม่วงก์
...คงน่าเสียดายถ้ามันหายไป)
15. อ่านถึงตรงนี้
คนเจ้าอารมณ์และขี้หงุดหงิดคงเริ่มบ่นบ้างแล้วว่า เอาอีกแล้ว
พวกเอาแต่ป่า ไม่เอาคน ศศิน เฉลิมลาภ เลขาธิการมูลนิธิสืบฯ
ยอมรับข้อกล่าวหานี้แต่โดยดี
พร้อมกับอธิบายให้เห็นถึงวิธีคิดบางอย่างที่ฝังแน่นในสังคมไทย
สำหรับมูลนิธิสืบฯ แค่ฐานคิดที่ว่าสร้างเขื่อนที่เขาชนกันเสียหมื่นล้าน
สร้างที่เขาสบกกเสียมูลค่าไม้แค่ 500 ล้าน แค่นี้สืบก็ไม่ยอมแล้ว
ทำไมมาตีแค่ราคาไม้ ราคาระบบนิเวศ ราคาพื้นที่
ราคาความหลากหลายทางชีวภาพตั้งเท่าไหร่ มุมแบบนี้ไม่มีใครสนใจ ดังนั้น
มูลนิธิสืบฯ จึงต้องคัดค้านและให้ประเทศไทยหันมาให้ความสนใจ
เขาบอกว่าใครจะว่าว่ามูลนิธิสืบฯ
เขียวจัดก็ไม่เป็นไร เพราะไม่เคยมีใครพูดถึงสิทธิของสัตว์และป่า
มูลนิธิสืบฯ จึงต้องพูด แล้วทำไมเราจึงต้องมีทางเลือกแค่ 2
ทาง-หมื่นล้านกับห้าร้อยล้าน ทำไมจึงไม่มีทางเลือกที่ 3 ที่ 4
เป็นเพราะมันมีทางเลือกหรือว่าเราไม่ยอมมองหาทางเลือกอื่น
16.
เราถามเขาว่าจะมีวิธีอะไรหรือไม่ที่จะป้องกันผืนป่าตะวันตกจากภัยคุกคามของรัฐ
เขาบอกว่าวิธีหนึ่งคือการพยายามผลักดันให้พื้นที่ป่ารอบห้วยขาแข้ง-ทุ่งใหญ่ฯ
ทั้งหมดเป็นมรดกโลก แต่นั่นก็เป็นเรื่องยากเอาการเพราะมีเงื่อนไขมาก
ส่วนที่จะออกเป็นกฎหมายพิเศษนั้น
ศศินย้อนถามว่าทุกวันนี้ก็มีกฎหมายอยู่แล้ว
กฎหมายบอกว่าห้ามสร้างเขื่อนในเขตอุทยานฯ แต่กรมชลฯ
ก็ยังพยายามเข้ามาสร้างเขื่อน
กระบวนทัศน์และวิธีคิดต่างหากที่สำคัญ กฎหมายเป็นแค่ตัวหนังสือ
17.
แน่นอนที่สุด นี่คือการฟังความข้างเดียวจากคนที่ไม่เอาเขื่อน
ส่วนความข้างคนเอาเขื่อน เราเชื่อว่าในสังคมไทยมีอยู่มากมาย
หาอ่านได้สะดวกดาย และเป็นสุ้มเสียงที่ดังโดยตัวมันเองอยู่แล้ว
พื้นที่นี้จึงจำต้องให้คนไม่มีเสียง (Voiceless) ได้พูดบ้าง
หวังว่าทุกท่านคงเข้าใจและขออภัยมา ณ ที่นี้
(ขุนเขาแม่วงก์ยังพอมองเห็นจากตรงนี้
ลำแม่เรวายังไหลเรื่อยคู่ขนานมากับถนนที่รถของเรากำลังวิ่ง
แม่เรวามาส่งเรากลับบ้าน
ก่อนจะลาจากกันไปด้วยระยะทางที่สายตาไม่อาจสบกันได้อีก)
*************************
เรื่อง-กฤษฎา ศุภวรรธนะกุล
| | |