Google

บ้านบัณฑิตอาสามัคร รุ่น31

2008-Feb-26 - ปี พ.ศ. 2555 "คนชรา" จะล้นเมือง !?

Posted in BorOr31
ปี พ.ศ. 2555 "คนชรา" จะล้นเมือง !?
โดย ผู้จัดการรายวัน 25 กุมภาพันธ์ 2551 02:05 น.


คลิกที่ภาพเพื่อดูขนาดใหญ่ขึ้น

พ่อมนัส อยู่สุข

พ่ออัมพร ติตา


เมื่อไม่นานมานี้ มีการคาดการณ์ว่า ภายในปี 2020 หรือ พ.ศ.2563 จำนวนประชากรผู้สูงอายุในประเทศไทยจะเพิ่มสูงขึ้นจนถึงระดับที่เรียกว่า "ล้นเมือง" แต่ล่าสุด มีการวิเคราะห์ว่า ความหวั่นวิตกต่อปัญหาวิกฤตผู้สูงอายุในเมืองไทยนั้น จะย่นระยะเวลาใกล้เข้ามาเหลือเพียงอีก 4 ปีข้างหน้านี้เท่านั้น!!
       
       ในปี 2537 ประเทศไทยมีประชากรสูงอายุ (60 ปี ขึ้นไป) ประมาณ 4 ล้านคน ซึ่งเป็นผลจากการที่ประเทศไทยประสบผลสำเร็จในการวางแผนครอบครัว ทำให้อัตราเกิดลดลงอย่างรวดเร็วและต่อเนื่องขณะที่ความเจริญก้าวหน้าของ เทคโนโลยีทางการแพทย์ทำให้ประชากรตายช้าลง ต่อมาในปี 2545 ที่ทำการสำรวจอีกครั้งหนึ่งพบว่า จำนวนประชากรผู้สูงอายุของไทยได้เพิ่มขึ้นถึงเกือบ 6 ล้านคน
       
       จากการคาดประมาณประชากรของประเทศไทยโดยสำนักงานคณะกรรมการพัฒนา เศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ ได้ประมาณการว่าในปี พ.ศ. 2553 และ 2563 ประเทศไทยจะมีสัดส่วนผู้สูงอายุเพิ่มขึ้นถึงร้อยละ 11 และร้อยละ 15 ตามลำดับ ขณะที่สังคมไทยขยับสู่สังคมของผู้สูงอายุทะลุหลัก 6,800,000 คนอย่างรวดเร็วในเวลาไม่กี่ปี ตัวเลขผู้สูงอายุซึ่งถูกทอดทิ้งในช่วง 2 ปีที่ผ่านมา กลับมีจำนวนสูงถึงกว่า 4 แสนคน!
       
       ล่าสุด จากการสำรวจประชากรสูงอายุในประเทศไทย พ.ศ. 2550 โดยสำนักงานสถิติแห่งชาติ พบว่าปัญหาของผู้สูงอายุแบ่งออกเป็นปัญหาหลักๆ ได้ 4 ข้อ ได้แก่ ร้อยละ 28.1 ของประชากรผู้สูงอายุที่อยู่คนเดียวนั้นปราศจากคนดูแล และมีจำนวนสูงถึงร้อยละ 50.1 ที่ประสบกับความเหงา ส่วนร้อยละ 16 ต้องหาเลี้ยงชีพตนเองและมีปัญหาด้านการเงิน ขณะที่ร้อยละ 5.3 ไม่มีลูกหลานมาช่วยแบ่งเบาภาระภายในบ้าน ฯลฯ
       
       ฟากผลสำรวจของสถาบันวิจัยประชากรและสังคม มหาวิทยาลัยมหิดล ระบุตัวเลขที่คาดประมาณจำนวนประชากรสูงอายุ (60 ปีขึ้นไป) ในปี 2550 ของไทยไว้ที่ 6,824,000 คน แบ่งเป็น ประชากรสูงอายุวัยต้น (60-79 ปี) 6,172,000 คน ประชากรสูงอายุวัยปลาย (80-99 ปี) 648,000 คน ขณะที่ประชากรสูงอายุกลุ่มที่เรียกว่า "ศตวรรษิกชน" ซึ่งมีอายุ 100 ปีขึ้นไปนั้น มีจำนวนกว่า 4,000 คน!
       
       ความก้าวหน้าทางด้านวิทยาศาสตร์การแพทย์ ตลอดจนความเจริญทางด้านเศรษฐกิจ เหล่านี้เป็นปัจจัยที่ส่งผลให้ประชากรสูงวัยมีจำนวนเพิ่มขึ้น ไม่เฉพาะแต่ในประเทศไทยเท่านั้น แต่ทั่วโลกต่างก็กำลังประสบกับสถานการณ์ผู้สูงอายุล้นเมืองเช่นเดียวกัน ยกตัวอย่างประเทศที่มีความเจริญทางด้านเศรษฐกิจและสังคมสูงอย่างญี่ปุ่น ที่ประชากรสูงอายุของญี่ปุ่นจะมีจำนวนถึงร้อยละ 30 ในปี ค.ศ. 2035 ที่จะถึงนี้ ซึ่งในขณะนี้ทางรัฐบาลญี่ปุ่นเองก็กำลังวางแผนจัดหาที่อยู่เพื่อรองรับ ประชากรสูงวัยกลุ่มใหญ่นี้ในอนาคต อาทิ การส่งเสริมให้ผู้สูงอายุชาวญี่ปุ่นเดินทางไปพำนักระยะยาวในต่างประเทศ อย่างต่อเนื่องตลอดระยะเวลาเกือบสองทศวรรษที่ผ่านมา
       
       สำหรับสังคมไทย ทางแก้ปัญหา มิใช่การ "ผลักไส" ผู้สูงอายุออกไปจากสังคม แต่หัวใจสำคัญคือ การอยู่ร่วมกันของผู้คนหลากหลายวัยอย่างสันติสุข พร้อมกันนั้น เหล่าผู้สูงอายุในสังคมไทยก็พากันออกมาตั้งคำถามต่อรัฐบาลชุดใหม่ว่า ได้เตรียมแผนนโยบายอะไรไว้รองรับหรือไม่ เมื่อประเทศไทยกำลังเข้าสู่ยุคที่มีผู้สูงอายุเพิ่มมากขึ้นในอนาคตอันใกล้ นี้
       
       จากยุคเบบี้บูมถึงวัยเกษียณ
       
       "Baby Boom" เป็นปรากฎการณ์ด้านประชากรศาสตร์ซึ่งหมายถึงประชากรกลุ่มที่เกิดในช่วงหลัง สงครามโลกครั้งที่ 2 หรือประมาณปี พ.ศ.2489 - 2507 โดยที่ในยุคดังกล่าวหลายๆ ประเทศทั่วโลกรวมทั้งประเทศไทยได้ส่งเสริมและสนับสนุนให้มีการเพิ่มจำนวน ประชากร เพื่อเป็นกำลังสำคัญในการพัฒนาและฟื้นฟูประเทศหลังเหตุการณ์สงคราม ด้วยเหตุผลดังกล่าวการเพิ่มจำนวนประชากรในยุค Baby Boom จึงมีจำนวนมากและเพิ่มขึ้นอย่างรวดเร็วจนกลายเป็นประชากรกลุ่มใหญ่ของโลก และเมื่อใดก็ตามที่คนกลุ่มนี้เคลื่อนตัวไปที่ไหนก็จะส่งผลให้เกิดการขับ เคลื่อนทั้งทางด้านเศรษฐกิจและสังคมของพื้นที่นั้นๆ ซึ่งจะนำไปสู่การพัฒนาประเทศตามไปด้วย
       
       ปัจจุบันประชากรยุค Baby Boom จะมีอายุอยู่ระหว่าง 44 - 62 ปี เป็นวัยที่กำลังเคลื่อนตัวเข้าสู่วัยผู้สูงอายุและกำลังจะเกษียณอายุจากการ ทำงาน โดยข้อมูลจากกรมอนามัย กระทรวงสาธารณสุขระบุว่า ประเทศใดที่มีอัตราส่วนของผู้สูงอายุที่อายุเกิน 60 ปีขึ้นไป อยู่ในระหว่าง 7-14 % ถือว่าประเทศนั้นเป็นประเทศผู้สูงอายุ แต่ถ้าหากมีอัตราส่วนเกิน 14 % หมายถึงประเทศนั้นเป็นประเทศผู้สูงอายุเต็มตัว ซึ่งผลพวงของปรากฎการณ์ประชากรศาสตร์ยุค Baby Boom ได้ส่งผลกระทบ ถึงการเพิ่มจำนวนของผู้สูงอายุในประเทศไทยด้วยเช่นกัน
       
       โดยจากการสำรวจพบว่าประเทศไทยมีจำนวนประชากรยุค Baby Boom สูงถึง 13.7 % และมีสัดส่วนการเพิ่มจำนวนของผู้สูงอายุที่มีอายุตั้งแต่ 60 ปีขึ้นไปสูงกว่า 7 % ประกอบกับแนวโน้มของการมีอายุขัยเฉลี่ยที่ยาวนานขึ้นของคนไทยมีจำนวนมาก ขึ้นเรื่อยๆ โดยพบว่าอายุขัยเฉลี่ยในเพศหญิงสูงขึ้นถึง 96.5 ปี และในเพศชายสูงขึ้นถึง 87 ปี ซึ่งมีการคาดการณ์ว่าอีก 4 ปี ข้างหน้าหรือประมาณปี พ.ศ.2555 เมื่อประเทศไทยก้าวเข้าสู่การเป็นประเทศผู้สูงอายุเช่นเดียวกับประเทศที่ พัฒนาและประเทศต่างๆ ทั่วโลก โดยจะมีจำนวนประชากรผู้สูงอายุสูงถึง 30 ล้านคน และเมื่อเวลานั้นมาถึงโครงสร้างประขากรของประเทศไทยจะเคลื่อนเข้าสู่การ เป็นประเทศผู้สูงอายุเต็มตัว
       
       ผลกระทบจากการเข้าสู่วัยชราของคนกลุ่มใหญ่กลุ่มนี้จะทำให้เกิดภาวะ พึ่งพาของผู้สูงอายุที่ส่งผลต่อการขยายตัวของระบบเศรษฐกิจ เกิดภาวะทุพพลภาพทางสังคมรวมทั้งปัญหาสุขภาพ ที่มีผลต่อการพัฒนาเศรษฐกิจและสังคมโดยรวมของประเทศอย่างหลีกเลี่ยงไม่ได้
       
       แก่อย่างไรให้มีความสุข?
       
       จากการคาดการณ์ถึงปัญหาที่จะเกิดขึ้นและเพื่อเป็นการเตรียมความ พร้อมรองรับกับปัญหา ภาคีสมัชชาสุขภาพภาคกลางจึงได้หยิบยกประเด็น "พลังเครือข่ายของผู้สูงอายุ สร้างสุขสูงวัยสง่างาม" ขึ้นมาพูดคุยกันในเวทีงานสร้างสุขภาคกลาง ซึ่งจัดขึ้นที่ จ.สุพรรณบุรีโดยมีภาคีสมัชชาสุขภาพภาคกลาง ภาคตะวันออกและตะวันตก หน่วยงานและตัวแทนจากภาครัฐรวมทั้ง สสส.เป็นเจ้าภาพร่วม ทั้งนี้เพื่อเป็นการระดมความคิดและข้อเสนอแนะต่างๆ ที่จะนำมากำหนดเป็นแนวทางและแผนงานสำหรับรองรับจำนวนผู้สูงอายุที่จะเพิ่ม ขึ้นอย่างแน่นอนในอนาคตอันใกล้นี้
       
       ผ่องศรี ธาราภูมิ ผู้ประสานงานเครือข่ายผู้สูงอายุจังหวัดลพบุรี กล่าวว่า จากการศึกษาถึงปัญหาของผู้สูงอายุภาคกลางพบว่ามีผู้สูงอายุจำนวนไม่น้อยที่ ต้องอาศัยอยู่คนเดียวไม่มีรายได้ และยังไม่ได้รับสวัสดิการจากทางรัฐบาล รวมถึงปัญหาช่องว่างระหว่างวัยและความห่างของวัย ซึ่งเป็นผลพวงมาจากหลังสงครามโลกครั้งที่ 2 จากการที่รัฐบาลได้ส่งเสริมให้เพิ่มจำนวนประชากรจนทำให้เกิดปรากฎการณ์ ประชากรศาสตร์ "Baby Boom" ขึ้น
       
       ทว่า หลังจากนั้นรัฐบาลกลับรณรงค์ให้มีการคุมกำเนิด ทำให้การเกิดใหม่ของประชากรในช่วงยุค Baby Boom มีจำนวนลดน้อยลงมากจนกลายเป็นต้นเหตุทำให้เกิดความห่างของวัย และเกิดปัญหาการสืบสานงานต่อจากคนรุ่นก่อน และนอกจากนี้ยังส่งผลกระทบต่อตลาดแรงงาน เนื่องจากคนที่เกิดในยุค Baby Boom มีจำนวนมากเมื่อเข้าสู่วัยทำงานก็จะทำให้มีจำนวนแรงงานเพิ่มมากขึ้นด้วย และยังเป็นแรงงานสำคัญของประเทศมาจนถึงทุกวันนี้ เมื่อประชากรกลุ่มนี้เริ่มเข้าสู่วัยสูงอายุย่อมส่งผลกระทบต่อจำนวนแรงงาน ที่อยู่ในภาคเศรษฐกิจด้วย
       
       ทั้งนี้นอกจากผลกระทบด้านจำนวนแรงงานแล้ว อีกปัญหาหนึ่งที่อาจเกิดขึ้นคือ การไม่สามารถหาแรงงานในระดับผู้บริหารเพื่อมาทดแทนแรงงานที่เกษียณอายุไป แล้ว และคนกลุ่มนี้บางส่วนเมื่อเกษียณอายุการทำงานแล้วจำเป็นต้องพึ่งเงินจุน เจือและสวัสดิการจากรัฐบาล ส่งผลให้รัฐบาลมีภาระรายจ่ายด้านสวัสดิการสังคมเพิ่มมากขึ้น และเนื่องจากประชากรผู้สูงอายุจะเริ่มนำเงินออมตลอดช่วงวัยทำงานออกมาใช้ จ่ายเพื่อการดำรงชีวิตและเพื่อความสุขบั้นปลายในชีวิต ประกอบกับประชากรรุ่นหลังมีแนวโน้มออมเงินน้อยกว่า ส่งผลให้เงินออมของประเทศมีแนวโน้มลดลงด้วย
       
       ส่วนปัญหาด้านสุขภาพของผู้สูงอายุซึ่งเกิดจากความเสื่อมถอยของ สมรรถภาพด้านร่างกายทำให้เกิดโรคประจำตัว ซึ่งส่วนมากเป็นโรคปวดเมื่อยตามร่างกาย ข้อเสื่อม นอนไม่หลับ เวียนศีรษะ โรคสายตา และโรคช่องปาก รวมทั้งโรคเรื้อรังที่ทำให้เกิดความพิการได้ เช่น โรคหลอดเลือดหัวใจตีบ โรคหลอดเลือดสมอง และโรคมะเร็ง "การที่ประชากรผู้สูงอายุมีจำนวนมากขึ้นนี้ทำให้เป็นภาระของท้องถิ่น จังหวัดและประเทศในการพัฒนาไปทางด้านต่างๆ ได้" ผ่องศรีกล่าว
       
       พ่ออัมพร ติตา ประธานเครือข่ายผู้สูงอายุบางปลาม้า จ.สุพรรณบุรี วัย 80 ปี ร่วมเสนอแนวทางออกของปัญหานี้โดยเสนอให้มี "การจัดตั้งเครือข่ายผู้สูงอายุ" ขึ้นเพื่อให้ความช่วยเหลือผู้สูงอายุด้วยกันได้อย่างทั่วถึง ซึ่งเครือข่ายผู้สูงอายุเปรียบเหมือนตัวเชื่อมประสานของผู้สูงอายุทุกคนจาก หน่วยงานต่างๆ โดยเฉพาะหน่วยงานภาครัฐที่ให้การสนับสนุนให้ผู้สูงอายุมีอาชีพเสริมเพื่อ เพิ่มรายได้ให้ตนเอง ปัญหาของผู้สูงอายุจะมีคล้ายๆ กันเกือบทุกที่ ไม่ว่าจะเป็นความยากจน ไม่มีอาชีพ ขาดรายได้ มีโรคประจำตัว โดยคุณพ่ออัมพรได้เล่าว่า
       
       "การช่วยเหลือสมาชิกผู้สูงอายุนั้น ทางเครือข่ายผู้สูงอายุที่บางปลาม้าได้จัดทำโครงการต่างๆ ขึ้นมา ไม่ว่าจะเป็น การประกอบอาชีพเสริมของผู้สูงอายุ การจัดตั้งออมทรัพย์ผู้สูงอายุ การลงพื้นที่เพื่อแลกเปลี่ยนศึกษาดูงาน เป็นต้น ซึ่งโครงการเหล่านี้ทำให้ผู้สูงอายุมีรายได้เพิ่มขึ้น ได้มีเงินออมใช้ในยามฉุกเฉิน และได้ความรู้ในการแลกเปลี่ยนประสบการณ์จากเครือข่ายผู้สูงอายุจากจังหวัด ต่างๆ และการที่ผู้สูงอายุได้มาอยู่ร่วมกันได้ทำกิจกรรมร่วมกัน ก่อให้เกิดสังคมและขยายเป็นเครือข่ายที่มีพลังเข้มแข็ง ซึ่งสิ่งเหล่านี้เองทำให้ ผู้สูงอายุภูมิใจในตนเอง"
       
       สูงวัยอย่างสูงค่า
       

       ด้านประธานชมรมกีฬาผู้สูงอายุ จังหวัดสุพรรณบุรี พ่อมนัส อยู่สุข กล่าวว่า ในอดีตผู้สูงอายุเป็นที่เคารพนับถือและเป็นเสาหลักของชุมชน ได้รับการยกย่องให้เป็น "ปูชนียบุคคล" แต่ในปัจจุบันผู้สูงอายุถูกลดบทบาททางสังคมลง อาจจะมาจากกระแสการแข่งขันจึงทำให้ผู้สูงอายุด้อยศักยภาพในสายตาของสังคม คำว่า "ปูชนียบุคคล" จึงถูกเปลี่ยนเป็น "ปู ชะนี ยักษ์ บุคคล" หรือ "ไดโนเสาร์ เต่าล้านปี" จากอดีตผู้สูงอายุเคยเป็นร่มโพธิ์ร่มไทรให้ลูกหลาน แต่ปัจจุบันกลับถูกมองว่าเป็นภาระให้ลูกหลานและสังคม
       
       ดังนั้น การสร้างวัยสูงค่าในวัยผู้สูงอายุนั้นต้องเริ่มจากการกระทำตัวเองก่อน ความรู้ความสามารถที่เคยมีอย่าให้แก่ตามวัย ควรนำมาสร้างให้เกิดคุณค่า ซึ่งการตั้งชมรมผู้สูงอายุ เครือข่ายผู้สูงอายุนั้นแสดงให้เห็นว่า ผู้สูงอายุเองก็ไม่ได้รอความช่วยเหลือจากสังคม หรือรัฐบาลอย่างเดียว
       
       "เครือข่ายฯ จะช่วยสร้างคุณค่าให้กับผู้สูงอายุเพราะการทำงานร่วมกัน ช่วยเหลือกัน อยากให้ลูกหลานนับถือ อยากเป็นร่มโพธิ์ร่มไทรของลูกหลาน ต้องทำตัวให้มีคุณค่า ไม่อยู่นิ่งดูดายกับสังคมที่กำลังเปลี่ยนแปลงไปอย่างรวดเร็ว อย่ารอให้ลูกหลานต้องเป็นฝ่ายมาหา เราพูดคุยกับลูกหลานวางแผนงาน คุยเรื่องต่างๆ เป็นการแลกเปลี่ยนประสบการณ์ต่อกัน และการสร้างเครือข่ายผู้สูงอายุให้เข้มแข็งขึ้นนั้นก็นับว่าเป็นการเตรียม การณ์ให้ลูกหลานในอนาคตได้สร้างสุขด้วย เช่นกัน"
       
       เมื่อปี พ.ศ.2555 มาถึงซึ่งเป็นยุคที่มีคนชราล้นเมือง การวางแผนรองรับคนกลุ่มนี้จึงต้องเริ่มที่จะทำเพื่อหาหนทางร่วมกันไม่ใช่ เฉพาะผู้เฒ่าผู้แก่เท่านั้นที่จะเป็นคนวางโครงการต่างๆ ไว้ให้ลูกหลานที่จะเติบโตขึ้นเป็นคนแก่คนเฒ่าในรุ่นต่อๆ ไป เพราะการสร้างเครือข่ายผู้สูงอายุนั้น ไม่ได้ทำได้แค่คนเดียวแต่ต้องอาศัยความร่วมมือร่วมใจจากผู้คนหลายฝ่าย จากหลายหน่วยงานร่วมกัน
       
       ดังเช่นในวงเสวนาผู้สูงอายุที่สมัชชาสุขภาพภาคกลาง 26 จังหวัดร่วมกับสสส. ช่วยกันผลักดันสร้างพลังเครือข่ายผู้สูงอายุให้เข้มแข็งทั่วประเทศ ส่งเสริมให้ผู้สูงอายุมีคุณภาพชีวิตที่ดีขึ้น ได้มีสวัสดิการ มีรายได้และมีอาชีพเสริม รวมทั้งได้นำประสบการณ์อันดีงามนำมาถ่ายทอดให้อนุชนคนรุ่นหลังรับรู้ ทำให้ผู้สูงอายุดำรงชีวิตอยู่ในสังคมได้อย่างมีศักดิ์ศรีและภาคภูมิใจอย่าง "สูงวัยสง่างาม"
        
       *ข้อมูลในการเขียนจากงานเสวนาในเวทีสมัชชาสร้างสุขภาคกลาง สสส.
ที่มา : http://www.manager.co.th/Daily/ViewNews.aspx?NewsID=9510000022804


<- Last Page :: Next Page ->

About Me

ที่นี่...ไม่มีพรมแดน... ที่นี่...เปิดตลอดเวลา... อยากให้มวลผีเสื้อ..โบยบินอีกครา..... ร่วมเดินตามฝัน..ไปบนทางสายเดียวกัน...

Recent Posts

• อย่าเก็บข้อมูลใน CD-R นานเกินไป
• การตลาดผ่านออนไลน์ทั่วโลกบูม น้ำเมาแห่เปิดเว็บไซต์-5 ปีสื่อหลักเริ่มดื้อยา
• โอนเงินผิดบัญชี
• คิดถึงอาจารย์ป๋วย : คิดถึงเพื่อทำดีให้มากขึ้น
• กระซิบจากผีเฝ้าแผ่นดิน
• Happy Lock เครื่องล็อกล้อ กันรถหายแบบไม่เสียค่าปรับ
• เปิดคำให้การ...ของเด็กติดเกม
• การแก้ไขปัญหา ADSL
• Homeless Rangers ‘ชายขอบ’ ผู้พิทักษ์โลก
• มีเซ็กซ์กับแฟนถือว่าเป็นเรื่องปกติของการเป็นแฟนจริงหรือคะ(เรทนะ)
• ‘DFM’รถจีนบุกตลาดไทยเคาะ2.79แสนบ.บวกNGV
• ม.ล.ปริญญากร วรวรรณ เสือมีปีก
• สนมั้ย? โซลาร์เซลล์วัตต์ละ 1 ดอลลาร์
• สัจธรรมน้ำมันแพงเริ่มบทโหดของจริง(ตอนจบ)
• สัจธรรมน้ำมันแพงเริ่มบทโหดของจริง(ตอนแรก)
• การใช้ภาษาไทยของคนไทย “ขั้นวิกฤต” ต้นเหตุมาจากกลุ่มบันเทิง การเมือง สื่อ
• คู่มือของสาวยุคใหม่ “เลิฟ ไดอารี่... รักนี้คุมได้”
• วันนี้ของ"โน้ต"ณัฐกานต์จาก"ดูโอป๊อปสตาร์"สู่"จิตอาสาเพื่อสังคม"
• “ชีวิตที่ (จำ) ต้องสู้” ของ นร.ทุนแกรมมี่
• ผีขนุน2008"สก๊อย"ค้ากามริมถนนรับรายได้งาม
• อย่าให้อาการ ปวดประจำเดือน มาตัดสินชีวิตคุณ นพ.กฤษดา ศิรามพุช
• เรียนฟรีมีที่ไหน?เปิดเทอมทีไร-พ่อแม่ทุกข์ระทม
• มีกิ๊กติดคุก6เดือน กม.ใหม่คุมผัวเมีย
• ตกขาว ภัยเงียบของผู้หญิง นพ.กฤษดา ศิรามพุช
• ดันเด็กไทยแบ่งกันรู้-ร่วมกันคิด ผ่านห้องสมุดดิจิตอล"KIDS-D"
• รวมวิธีปรับแต่งหมาย่างให้ไวว่องด้วยตนเอง
• ใครควรรับผิดชอบชีวิตคนไทย ตายปีละกว่าหมื่นคน ??
• ค้นข้อมูลบนอินเทอร์เน็ตแล้วมีรายได้เสริม
• จากกำแพงเพชรสู่ซิลิกอนวัลเลย์ กว่าจะเป็น"กระทิง"ผู้บริหารกูเกิลคนไทยคนแรก
• hi5 สินค้าขายดีของโลกออนไลน์
• Southern Seaboard การรุกเงียบ บนแผ่นดินด้ามขวาน!!
• นั่งข้างเตียง ฟังเสียงความตาย
• บทความ: ไปให้ไกลกว่า ‘xxx กระปุก’ สร้างมาตรฐานการใช้อินเทอร์เน็ต แบบไม่เลือกที่รักมักที่ชัง
• ฟีโรโมน สารเรียกรัก
• สำนึกจิตสาธารณะต้องสร้างตั้งแต่เด็ก / สรวงมณฑ์ สิทธิสมาน
• วัยโจ๋รวมพลัง “ลดพื้นที่เสี่ยง” รอบโรงเรียน
• กระทิงแดงขยายเครือข่ายใจอาสา สร้างสังคมเพิ่มคนใจดี
• ‘จิตอาสา’ ละครปลุกจิตสำนึกวัยรุ่น
• มหา'ลัยลุงโฮจ้างครูเดือนละแสนแก้สมองไหล
• ภาพฉาวเฉินกว้านซี สู่กรณีศึกษาในรั้วโรงเรียน
• โรงเรียนข้างถนน คนสนามหลวง
• ปี พ.ศ. 2555 "คนชรา" จะล้นเมือง !?
• 14 ก.พ.“รุมโทรม” สู่ “เซ็กซ์หมู่”! กับนาฏกรรมความใคร่ที่เปลี่ยนไป
• เตือนโจ๋โฮจิมินห์..วาเลนไทน์อย่าถ่าย X
• ฤาว่าเด็กวัยรุ่นยุคนี้จะขาดภูมิคุ้มกัน…
• ชีวิตกับความรัก
• รักแท้ - รักเทียม ดูอย่างไร
• รับสร้างบ้านฝากความหวังรัฐบาลใหม่ สานต่อเมกะโปรเจกต์ขับเคลื่อนเศรษฐกิจ
• รับชมการถ่ายทอดสด 80ชม. ร่วมด้วยช่วยร้องเพลงเพื่อพ่อแห่งแผ่นดิน ที่สถานีรถไฟหัวลำโพง
• บทความ: มหาวิทยาลัยที่ไม่มีคำตอบ
• อิทธิพลใหม่
• มหาชัย...เมืองมอญ หรือ 'เมียนมาร์ทาวน์'?
• MV ไฮเปอร์: นางฟ้าคืนเดียว
• แม่โจ้ 36 ..อินทผลัมไทย ไม้ประดับไม้มงคลออก ผลกินได้
• หลวงพ่อปัญญา มรณภาพ สิ้นนักรบธรรม
• รายงานพิเศษ...“ภิกษุสันดานกา”...เรื่องจริง หาใช่ หมิ่นสงฆ์!!
• หวังผ่าโครงสร้างกองทุนประกันสังคม ให้ กก. มาจากการเลือกตั้ง
• ไม่มีน้ำ เครียด สร้างเขื่อน...แม่วงก์ (วิธีคิดซ้ำซากของรัฐไทยกับเสียงของคนไม่มีเสียง)
• นักวิชาการแฉเด็กมัธยม “ตบ ตี เตะ ตื้บ” รุนแรงมากขึ้น
• โสเภณีที่....สนามหลวง ลุงอ้วน
• ลือหึ่ง “ลีอาห์ ดีซอน” เบื้องหลังหมอง-เอวีหน้าเหมือนระบาด
• รักโรแมนติคคืออะไร ? 'สุชาดา จักรพิสุทธิ์' เคยเขียนถึง 'นิธิ เอียวศรีวงศ์'
• BLOGGER นักเขียนในโลกไร้พรมแดน
• “โลกของเขาในดวงตาของเรา” เมื่อ ‘คนขายหมี่’ เป็น “กวีซีไรต์”
• คาถาแก้ปัญหา
• ธรรมะทอล์คโชว์-ธรรมะพลิกชีวิต "พระมหาสมปอง"เพื่อบ้านครูน้อย
• ขอบริจาคหนังสือให้เด็ก : สาวิตรี อินทร์พร
• ผู้ชายที่ไม่ควรเสียเวลาด้วย
• แมกกาซีน + วีซีดี หวือ หวิว สยิว เซ็กซ์ ( ? )
• ม.นอกระบบจุดจบของชาติตัดโอกาสคนจน
• ทำไมรักต่างวัย ถึงใจตรงกัน
• การทำ Traffic Control บนลินุกซ์
• มาตรฐานซีไรต์...เมื่อมองในมุมกว้าง
• บ ท รั ก บ ท ที่ ส อ ง
• โปรแกรมฆ่าไวรัส MSN image.zip, photo.zip, pic.zip
• โซนี่ยอมให้ "หนังโป๊" ออกบลู-เรย์ "ลาร่า-คาซุมิ" กลายเป็นหนังหื่น
• ปวดหลัง แค่เรื่องธรรมดาจริงหรือ
• ภาษาแอ๊บแบ๊ว พลังสื่อสารที่ต้องเงี่ยหูฟัง
• งานเงินที่อยู่คู่ครอง(ควรแสวงหาตามลำดับ)
• หนูดี วนิษา เรซ...ผู้เชี่ยวชาญด้านอัจฉริยภาพ (3)
• หนูดี วนิษา เรซ...ผู้เชี่ยวชาญด้านอัจฉริยภาพ (2)
• หนูดี วนิษา เรซ...ผู้เชี่ยวชาญด้านอัจฉริยภาพ (1)
• ว่าด้วยเรื่อง 'ที่ว่าง'
• จับเข่าคุยผู้ป่วยเด็กระยะสุดท้าย
• เสื่อม! เว็บโฆษณายาทำแท้งโผล่โจ๋งครึ่ม
• ปาร์ตี้ “เหล้าปั่น” ระบาด ดีกรีแห่งความพินาศของสังคม
• เผยวิจัยพบหญิงวัยกลางคนที่มีครอบครัวแล้วทำงานภาครัฐเครียดมากสุด
• เมื่อโลกที่สามลุกขึ้นสู้
• บทเรียนที่โรงเรียนไม่ได้สอน
• อัดฉีดประสิทธิภาพ Apache ให้แรงด้วยการใช้ Reverse Proxies
• การประยุกต์ใช้งาน IPCop
• รักคือการให้ จึงเป็นสุขทั้งผู้รักแล้วผู้ทีถูกรัก หากเขารับรับรักนั้น
• รายงาน จับตา ไอซีที : ออก กม.ลูก บังคับเก็บประวัติคนเล่นเน็ต เลข 13 หลัก เลขบัญชี เลขบัตรเครดิต
• แฉผัวแหล่งแพร่เชื้อเอดส์แนะสามีใส่ถุงยางหลับนอนกับเมีย
• เอาไว้อ่านเวลาทะเลาะกับแฟน
• คนที่รักกับคนที่ชอบ
• Sex & The City กับวิถีเมือง ใครว่าสาวโสด...อดเซ็กซ์?
• สนามวิจารณ์ : มาโนช พุฒตาลกับแกะเพลง... ในทรรศนะของข้าพเจ้า
• เรียนรู้อีกแง่มุมของความรัก
• ปรัชญาผ้าขี้ริ้ว

Links

• Home
• View my profile
• Archives
• Friends
• Email Me
• naigod_gotoknow
• naigod_Bloggang
• BlogNGO
• Albums_Blogth
• 555music
• AneW FoR YoU : สารพันปัญหาเซ็กส์
• มูลนิธิสื่อเพื่อเยาวชน
• บ้านบัณฑิตอาสาสมัคร รุ่น 31
• เว็บบอร์ด บอ.31
• บ้านบัณฑิตอาสาสมัคร รุ่น 26
• บ้านบัณฑิตอาสาสมัคร รุ่น 36
• เว็บบอร์ด บอ.36
• BlogBaanBorOr31
• grajok187 บอ38
• Graduate Volunteer Community
• เหลิม&เป้
• เว็บพี่ไก่
• เว็บหนุ่มม้ง
• Snarf-it.orgฟรีเว็บบิท
• โลกของหมวยเล็ก
• Tee36
• P_God_
• naigod_BlogSoftganz
• naigod_OkNation

Friends

• Lovelygirl
• Luck
• Sakda
• Deedy
• karint
• issarachon