2008-Feb-27 - ภาพฉาวเฉินกว้านซี สู่กรณีศึกษาในรั้วโรงเรียน
ภาพฉาวเฉินกว้านซี สู่กรณีศึกษาในรั้วโรงเรียน
| โดย ผู้จัดการออนไลน์ |
26 กุมภาพันธ์ 2551 16:57 น. |
|
| บรรยากาศในห้องเรียน |
|
 |
หนังสือพิมพ์
สากล - ครูหัวใสนำประเด็นภาพฉาวของดาราใช้ในการเรียนการสอน
หวังปลูกฝังคุณธรรมและสอนให้นักเรียนรู้จักวิธีป้องกันตนเองจากเหตุการณ์
ไม่คาดคิด
นับตั้งแต่คลิปฉาวของดาราหนุ่มฮ่องกงเฉินกว้านซีกับดาราสาวนับไม่
ถ้วน ที่ถูกแพร่ภาพทางอินเตอร์เน็ต
กลายเป็นประเด็นร้อนที่สร้างความวุ่นวายให้กับหลายฝ่าย
จนเกิดประโยคด่าสุดฮิตในหมู่นักท่องเน็ตว่า เหิ่นเฉินกว้านซี ซึ่งมีนัยยะจอมลามก
แม้กระทั่งโรงเรียนมัธยมแห่งหนึ่งในมณฑลเสฉวน
หัวข้อนี้ได้กลายเป็นอีกหนึ่งกรณีศึกษาที่ครูนำมาใช้สอนให้ลูกศิษย์รู้จัก
วิธีการป้องกันตนเอง การที่เราสอนนักเรียนแบบนี้ เพราะต้องการสอนให้เขารู้ว่าการส่งต่อภาพลักษณะนี้มันผิดกฎหมาย และเป็นเรื่องที่ไม่เหมาะสม ครูผู้รับผิดชอบการสอนกล่าว
บรรยากาศการเรียนการสอนเต็มไปด้วยบทสนทนาระหว่างครูและนักเรียน
ที่ถกกันถึงเรื่องต้นตอของภาพฉาวระหว่างเฉินกว้านซีและดาราสาว
แต่เมื่อผู้สอนถามว่าภาพดังกล่าวคืออะไร นักเรียนทั้งห้องกลับนิ่งเงียบ
บ้างก็ได้แต่แอบยิ้ม เพื่อให้ทุกคนได้มีส่วนร่วมในการเรียนครั้งนี้
ผู้สอนจึงใช้วิธีการขานชื่อให้เด็กยืนตอบ
แต่ก็จับใจความไม่ได้เมื่อมีเสียงวิจารณ์ของเพื่อนร่วมห้องกลบจนอื้ออึง
คำถามข้อต่อมา จึงถูกถามคำถามที่ว่าด้วย นักเรียนได้ดูรูปพวกนี้จากที่ไหน ใช่อินเตอร์เน็ตหรือไม่?
นักเรียนในห้องหลายคนต่างแย่งกันตอบว่า
ภาพดังกล่าวถูกสั่งปิดเป็นที่เรียบร้อยแล้ว และก็ไม่สามารถหาดูได้อีก
อย่างไรก็ตามผู้สอนก็ไม่ได้ปิดกั้นความคิดเห็นของผู้เรียน
แต่กลับใช้วิธีกระตุ้นให้นักเรียนกล้าแสดงออกเพื่อแลกเปลี่ยนความคิดเห็น
ระหว่างเพื่อนนักเรียนด้วยกัน
นอกจากนี้ นักเรียนชายคนหนึ่งบอกด้วยว่า
ในห้องเรียนต่างก็รู้เรื่องนี้ด้วยกันหมดทุกคน
บางคนถึงกับไปหาดูรูปภาพดังกล่าวในอินเตอร์เน็ตแล้วนำมาเล่าต่ออย่างสนุก
สนานในกลุ่มเพื่อน
ทั้งนี้ ผู้อำนวยการโรงเรียนแห่งนี้กล่าวว่า
การที่ครูผู้สอนนำเอาประเด็นกระแสในสังคมปัจจุบันมาใช้ในการสอน
เรียกได้ว่าเป็นวิธีการหนึ่งที่ทำให้นักเรียนได้เรียนรู้
เพราะในระบบการศึกษานักเรียนไม่ควรที่จะเรียนรู้เพียงแค่เหรียญด้านเดียว
แต่สิ่งสำคัญควรคู่กับการปลูกฝังศีลธรรมอันดีและการชักจูงในทางที่เหมาะสม
ที่มา : http://www.manager.co.th/IndoChina/ViewNews.aspx?NewsID=9510000023977
|