2008-Feb-27 - มหา'ลัยลุงโฮจ้างครูเดือนละแสนแก้สมองไหล
มหา'ลัยลุงโฮจ้างครูเดือนละแสนแก้สมองไหล
| โดย ผู้จัดการออนไลน์ |
27 กุมภาพันธ์ 2551 08:09 น. |
|
| ฝรั่ง
บริษัทโบอิ้ง-อินเทล บ่นกันว่าบัณฑิตไม่ประสีประสาภาษาอังกฤษ
เป็นอุปสรรคในการจ้างงาน เวียดนามต้องแก้ปัญหาด้วยการทุ่มเงินเดือนจ้าง
"ครูดี" เดือนละแสนขึ้น |
|
 |
ผู้จัดการรายวัน--
คณะกรรมการรบริหารสภามหาวิทยาลัยของรัฐแห่งหนึ่งในนครโฮจิมินห์ได้เห็นพ้อง
กันที่จะจ่ายค่าจ้างเงินเดือนให้แก่อาจารย์ที่ดี
มีความรู้และคุณสมบัติครบถ้วนตามกฎเกณฑ์ เดือนละ 4,000-5,000 ดอลลาร์
(กว่า 120,000-150,000 บาท) ในความพยายามปรับปรุงคุณภาพการศึกษา
มหาวิทยาลัยเศรษฐศาสตร์นครโฮจิมินห์
ได้กลายเป็นแห่งแรกที่นำร่องนโยบายของกระทรวงศึกษาธิการและฝึกอบรมในการ
พิจารณาค่าจ้างเงินเดือนให้แก่อาจารย์ผู้สอนด้วยตนเอง
เป็นการออกนอกระบบราชการเพื่อพึ่งตนเอง
"นักศึกษาที่เรียนสำเร็จจากมหาวิทยาลัยของเราสามารถได้รับเงินเดือน
ถึง 10 ล้านด่ง (626 ดอลลาร์)
จึงไม่มีเหตุผลอะไรที่จะจ่ายให้อาจารย์ผู้สอนในอัตราต่ำอีกต่อไป"
ศาสตราจารย์ ดร.ฟุงซวนญา (Phung Xuan Nha)
อธิการบดีมหาวิทยาลัยแห่งนี้กล่าวกับหนังสือพิมพ์เตี่ยนฟง (Tien Phong)
ทางการเวียดนามเชื่อว่าแผนการปรับปรุงค่าจ้างจะสามารถดึงดูดความ
สนใจของบรรดาครูอาจารย์ผู้สอน ได้ สามารถช่วยแก้ปัญหาสมองไหลได้
ขณะที่กำลังพยายามปรับปรุงคุณภาพการศึกษา
เวียดนามได้ตั้งเป้าจะให้มีมหาวิทยาลัย 200 แห่งภายในปี 2553 นี้
และเพิ่มขึ้นเป็น 450 แห่งภายในปี 2563
ซึ่งหมายความว่าจะต้องมีอาจารย์ผู้สอนอย่างเพียงพอ
การปรับค่าจ้างเพื่อป้องกันการสูญเสียบุคคลการจึงถูกกำหนดขึ้นมา
ปัจจุบันอาจารย์ผู้สอนในระดับมหาวิทยาลัยของรัฐได้รับเงินเดือน
เฉลี่ยเดือนละ 3 ล้านด่ง (188 ดอลลาร์) เท่านั้น
ทำให้บุคคลากรทางการศึกษาหันไปทำงานกับภาคเอกชนที่ได้รับค่าจ้างมากกว่า
หลายเท่าตัว
เวียดนามกำลังเผชิญกับปัญหาด้านบุคคลากรซึ่งขาดแคลนในทุกระดับ
ทางการลงทุนอย่างมหาศาลเพื่อผลิตอาจารย์ระดับดุษฎีบัณฑิตให้ได้ 20,000
คนภายใน 10 ปีโดยเริ่มปีนี้เป็นต้นไป
แต่ก็ยังมีปัญหาเรื่องคุณภาพให้ต้องกังวลอยู่ต่อไป
ปีที่แล้วที่มีการควบคุมรัดกุมไม่ให้เกิดการทุจริตการสอบ
ปรากฏว่ามีนักเรียนชั้นมัธยมศึกษาตอนปลายสายสามัญเพียง 60%
เท่านั้นที่สามารถสอบเลื่อนชั้นได้
ในระดับอุดมศึกษาก็ไม่ต่างกัน การศึกษาวิจัยของกระทรวงศึกษาธิการฯ
เมื่อปีที่แล้วได้พบว่า
มีบัณฑิตที่สำเร็จการศึกษาเพียงประมาณครึ่งหนึ่งเท่านั้นที่สามารถเข้าทำ
งานตามสายวิชาที่เรียนมาได้ทันทีเป็นที่ถูกใจนายจ้าง
ส่วนที่เหลือต้องไปฝึกอบรมใหม่ และ
นายจ้างสนใจแต่นักศึกษาที่สำเร็จจากมหาวิทยาลัยชั้นนำไม่กี่แห่งเท่านั้น
การศึกษาวิจัยยังว่า
ผู้เรียนสำเร็จปริญญาดุษฎีบัณฑิตในมหาวิทยาลัยเวียดนามจำนวนไม่น้อย
วัดความรู้ได้เพียงระดับปริญญาตรีเท่านั้น
สื่อของทางการรายงานเรื่องราวต่างๆ ก่อนหน้านี้
หนังสือพิมพ์ของทางการอีกฉบับหนึ่งรายงานเมื่อวันจันทร์ (25 ก.พ.)
นี้ว่า ในขณะที่ประเทศกำลังพัฒนาอย่างรวดเร็ว
เศรษฐกิจขยายตัวในระดับสูงและกำลังต้องการบุคลาการกับแรงงานที่มีคุณภาพ
แต่การศึกษายังด้อยคุณภาพ
ตามรายงานของหนังสือพิมพ์ฉบับนี้ นับตั้งแต่ปี 2549
เป็นต้นมามีมหาวิทยาลัยทั้งของรัฐและเอกชนผุดขึ้นมาใหม่รวม 30 แห่ง
ส่วนใหญ่กระจุกตัวอยู่ในเมืองและนครใหญ่
แต่หลายจังหวัดไม่มีมหาวิทยาลัยตั้งอยู่เลย
มหาวิทยาลัยหลายแห่งถูกยกระดับจากวิทยาลัยหรือสถาบันวิชาชีพขึ้น
เป็นสถาบันอุดมศึกษา
ขณะที่ยังไม่พร้อมทั้งในด้านบุคคลากรผู้สอนและวัสดุอุปกรณ์.
ที่มา : http://www.manager.co.th/IndoChina/ViewNews.aspx?NewsID=9510000023977
|