บ้านบัณฑิตอาสามัคร รุ่น31

2008-Mar-3 - ‘จิตอาสา’ ละครปลุกจิตสำนึกวัยรุ่น

Posted in BorOr31
‘จิตอาสา’ ละครปลุกจิตสำนึกวัยรุ่น
เรื่อง : วราภรณ์ ผูกพันธ์ ภาพ : กิจจา อภิชนรจเรข

“ใครจะลุกขึ้นมาช่วยนายแม่นเข็นรถเศรษฐีที่ตกหล่มบ้าง?” เสียงตะโกนก้องกังวาน ถามเพื่อกระตุ้นจิตสำนึกเกี่ยวกับการให้ ความมีน้ำใจของ มัลลิกา ตั้งสงบ ผู้นำกลุ่มนักแสดงบ้านสื่อสารการละคร สถาบันอาศรมศิลป์ ต่อเยาวชนจำนวน 400 คนที่เข้าชมละครจิตอาสาอย่างตั้งใจ ณ ศูนย์อบรมและฝึกอาชีพ สถานพินิจบ้านกรุณา สมุทรปราการ เมื่อต้นสัปดาห์ที่ผ่านมา


การ แสดงละครดังกล่าว จุดประสงค์หลักเพื่อสอดแทรกและปลุกจิตสำนึกที่ดีให้กับเยาวชนที่เคยหลงผิด แนวคิดหนึ่งของการ “แบ่งปันเพื่อสังคมที่ยั่งยืน” โครงการภายใต้การสนับสนุนของสำนักงานกองทุนสนับสนุนการสร้างเสริมสุขภาพ (สสส.) และเครือข่ายธุรกิจเพื่อสังคมและสิ่งแวดล้อม ร่วมกับองค์กรที่ไม่แสวงหาผลกำไร โดยเริ่มดำเนินโครงการตั้งแต่เดือน มี.ค. ปีที่แล้ว

โครงการดีๆ เช่นนี้ จุดเริ่มเกิดจากการจัดแสดงละครจิตอาสาของคนกลุ่มหนึ่งเรียกตัวเองว่า “กลุ่มละครจิตอาสา” ที่เกิดจากความร่วมมือระหว่างสถาบันอาศรมศิลป์ของมูลนิธิโรงเรียน รุ่งอรุณ ปัจจุบันโครงการดีๆ ได้รับการสนับสนุนจากสถาบันศศินทร์ฯ และองค์กรต่างๆ ที่กล่าวข้างต้นให้เยาวชนกลุ่มหนึ่งที่เรียนรู้การละครในขณะที่ต้องโทษอยู่ ในบ้านกาญจนาภิเษก จำนวน 5 คน โดยมีพี่ๆ ที่มีประสบการณ์ด้านการละครมากกว่าช่วยสั่งสอนด้านการแสดง เมื่อเยาวชนกลุ่มนี้พ้นโทษได้เดินสายร่วมกับสถาบันอาศรมศิลป์ เล่นละครเผยแพร่ “จิตอาสา” ไปตามที่ต่างๆ จนได้รับความนิยมและเป็นที่รู้จักในคนกลุ่มหนึ่ง

ละครจิตอาสา สร้างสรรค์สังคม

ละครเวทีเป็นสื่อการแสดงที่เข้าถึงกลุ่มเป้าหมายได้อย่างใกล้ชิด ก่อให้เกิดผลต่อการเปลี่ยนแปลงทางความคิด ความเชื่อ และทัศนคติของผู้ชมอย่างเป็นธรรมชาติ โดยที่วัยรุ่นไม่รู้สึกว่าตนกำลังถูกสั่งสอนโดยตรง เสมือนหนึ่งได้เข้าไปร่วมอยู่ในเหตุการณ์ของละคร จนเกิดการเปรียบเทียบหรือเชื่อมโยงชีวิตตนเองกับสถานการณ์ที่ตัวละครกำลัง เผชิญอยู่ นำไปสู่มุมมองใหม่ จนอาจส่งผลให้เกิดการเปลี่ยนแปลงในเชิงทัศนคติหรือพฤติกรรมได้ในเวลาต่อมา

คณะทำงานจึงได้ออกแบบและผลิตละครเวทีแบบมีส่วนร่วมเพื่อส่งเสริมจิตอาสาใน เยาวชนจนเกิดเป็นผลงานการแสดงจำนวน 5 รอบ กว่า 1 ปี ได้รับผลตอบรับจากผู้ชมเป็นอย่างดี สถานที่จัดแสดง ได้แก่ วิทยาลัยเทคนิคราชสิทธาราม โรงเรียนรุ่งอรุณ การแสดงรอบพิเศษสำหรับผู้ชมทั่วไป 3 รอบ ลานกลางแจ้งหน้าเรือนศิลปะ โรงเรียนรุ่งอรุณ แสดงในงานปาฐกถา สถาบันอาศรมศิลป์ ศูนย์พัฒนาเด็กและเยาวชนบ้านกาญจนาภิเษก และล่าสุดศูนย์ฝึกและอบรมเด็กและเยาวชน สถานพินิจบ้านกรุณา สมุทรปราการ

“ละครเวที” จึงเหมือนเป็นการเพาะเมล็ดพันธุ์แห่งความดี อีกทั้งเป็นโอกาสในการพัฒนาตนเองสำหรับเยาวชนจากศูนย์พัฒนาและอบรมเด็กและ เยาวชนบ้านกาญจนาภิเษกซึ่งเป็นผู้แสดงในโครงการร่วมกับนักแสดงละครอิสระจาก กลุ่มต่างๆ ที่มารวมตัวกันกับกลุ่มนักแสดง นำโดย มัลลิกา ตั้งสงบ นักแสดงกลุ่มบ้านสื่อสารการละคร สถาบันอาศรมศิลป์ สุมณฑา สวนผลรัตน์ คณะละครจิตอาสา เจริญพงศ์ ชูเลิศ ฯลฯ


กว่า จะมาแสดงเป็นละครที่สื่อเรื่องราวดีๆ ต้องผ่านการทำเวิร์กช็อปเป็นเวลานาน 2 เดือน สอนเรื่องการเปล่งเสียง การแสดงท่าทางซ้ำๆ เพื่อเกิดความชำนาญอีกทั้งนักแสดงกลุ่มนี้จะต้องจัดเตรียมอุปกรณ์ประกอบการ แสดง เช่น เสื้อผ้า ฉาก ไฟ เครื่องเสียง อุปกรณ์ แต่งหน้า ทำผม เพื่อเตรียมพร้อมสำหรับการแสดง และไปจัดแสดงตามสถานที่ต่างๆ

ส่วนใหญ่เรื่องราวที่พูดในละคร สื่อเกี่ยวกับเรื่องราวของการให้ การให้อภัย ความเมตตากรุณา และความเสียสละ ฯลฯ

“การที่เราอยากร่วมกลุ่มทำละครจิตอาสา เพราะเรามีที่ปรึกษาโครงการคือ รัศมี เผ่าเหลืองทอง และอดิศร จันทรสุข คุยกันแล้วก็ลองทำละครกับกลุ่มเด็กที่อยู่ในสถานพินิจต่างๆ พอเข้าไปทำแล้ว ยิ่งผูกพัน เห็นส่วนดีของเด็กๆ ที่มีมากขึ้น เด็กทุกคนยังมีส่วนดีอยู่ในตัว เราอยากพาเขาไปในทิศทางที่ดี ยืนหยัดและรู้ที่จะเลือกว่า ควรทำอะไรไม่ควรทำอะไร ก็จะเป็นประโยชน์กับตัวเขาและคนอื่นๆ เด็กก้าวพลาดส่วนใหญ่ไม่เห็นคุณค่าของพวกเขา ถ้าเขาสามารถทำให้เด็กและโลกเห็นคุณค่าในตัวเขา จะทำให้โอกาสที่เด็กก้าวพลาดอีกมีน้อยลง” มัลลิกา ผู้นำกลุ่มนักแสดงบ้านสื่อสารการละคร สถาบันอาศรมศิลป์ เล่า พร้อมทั้งบอกว่าปัจจุบันสมาชิกในกลุ่มมีประมาณ 8 คน 4 คน เคยเป็นอดีตเยาวชนจากบ้านกาญจนาฯ

สำหรับเรื่องราวที่นำเสนอในละคร ส่วนใหญ่ได้แนวคิดมาจากนวนิยายของศรีบูรพาที่พูดเกี่ยวกับการให้ บทกวีของคาริล ยิบราน ที่พูดเรื่องการเสียสละ หยิบยกและนำมาดัดแปลงเป็นการแสดงที่สื่อเรื่องราวแบบเข้าใจง่าย สื่อออกมาในละครเรื่องต่างๆ เช่น ละครใบ้ นิทานชาดก ละครขอแรงหน่อยเถอะ ละครเล็กใหญ่ เป็นต้น โดยมีการตั้งคำถามกับผู้ชม พูดคุยสอดแทรก

“เรื่องขอแรงหน่อยเถอะ นายแม่นช่วยเข็นรถเศรษฐีที่เขาเคยไปช่วยงานแต่เวลาที่นายแม่นขอยืมเงินไป รักษาตัว แต่เศรษฐีบอกว่า แรงงานคนไม่มีค่า แต่เวลาที่ภรรยาเศรษฐีป่วยแต่รถติดหล่ม เศรษฐีขอแรงจากนายแม่นและชาวบ้าน จะมีละครออกมาสองภาคคือ ภาคที่ช่วยเหลือ และภาคที่ไม่ช่วยเหลือ มีการขอแรงให้น้องๆ ขึ้นไปช่วยเข็นรถ เหล่านี้เป็นทัศนคติที่อยู่ในตัวว่า เราจะก้าวข้ามข้ออคติเหล่านี้ไปได้อย่างไร” หัวหน้ากลุ่มคนเดิมเล่า

น่าเสียดายที่ละครจิตอาสาดีๆ กำลังจะหมดลง เนื่องจากไม่มีงบประมาณในการตระเวนเล่นต่อ ส่วนเด็กๆ นักแสดงก็ต้องแยกย้ายไปมีชีวิตของตัวเอง

‘1 ตัวละคร’ อดีตที่เคยก้าวพลาด

ตี๋ เด็กหนุ่มร่างสันทัด วัย 22 ปี อดีตสมาชิกศูนย์ฝึกและอบรมเด็กและเยาวชนบ้านกาญจนาภิเษก (สถานพินิจ) ที่กลายมาเป็นส่วนร่วมแสดงละครและได้พัฒนาตนเอง เขาเล่าว่าเล่นละครได้ประมาณปีกว่าๆ แล้ว ตอนแรกไม่รู้ว่าตัวเองชอบด้านนี้ แต่ได้ลองสัมผัสก็รู้สึกรัก

“ผมเคยชมละครเวทีแบบนี้ เรื่องเส้นด้ายในความมืด สอนว่าคนเราควรขวนขวายให้ตัวเอง ไม่ใช่รอรับอย่างเดียว ตอนดูก็ได้คิด และเก็บความรู้สึกนั้นไว้ลึกๆ พอมาเจอทีมละครของพี่ๆ ทำให้ผมอยากเข้ามาสัมผัสว่าเป็นอย่างไร สิ่งที่ผมได้จากการเล่นละครก็คือ ละครที่ผมเล่นแต่ละเรื่อง เป็นเรื่องที่ให้ลองย้อนกลับมาดูและลองคิดที่จะแก้ไข เปลี่ยนแปลงและให้คนอื่นบ้าง และเวลาอยู่ในทีมก็ได้ช่วยเหลือกัน มีความอดทน รู้จักเป็นผู้ให้ซึ่งเป็นความรู้สึกที่ดี แต่ก่อน เคยเป็นแต่ผู้รับอย่างเดียว พอได้เป็นผู้ให้ ทำให้รู้สึกปลื้ม ภูมิใจว่าครั้งหนึ่งเราก็ได้เป็นผู้ให้และให้อย่างจริงใจ อย่างผมมาเล่นให้น้องๆ ดู และน้องๆ สามารถรับได้กับสิ่งที่ให้ไปก็น่าจะเป็นผลดี เพราะพวกเขากำลังอยู่ในช่วงวัยรุ่น ถ้าได้คิดและได้เปลี่ยนแปลง สิ่งดีๆ ก็น่าจะเกิดขึ้นกับตัวเขาและคนรอบข้างด้วย”

ในฐานะที่ผ่านร้อนผ่านหนาวมาก่อน ตี๋มีคำแนะนำสำหรับน้องๆ ที่กำลังจะก้าวพลาด ตี๋อยากให้ลองดูละครเรื่อง “เล็กกับใหญ่” (ละครตอนหนึ่งของละครจิตอาสา) ซึ่งเป็นเรื่องจริงที่เกิดขึ้นในบ้านกาญจนาภิเษก เป็นเรื่องราวของเล็กที่ไปฆ่าพ่อของใหญ่ แล้วเล็กได้มาอยู่ในสถานพินิจแห่งหนึ่ง ใหญ่อยู่ข้างนอก แต่อยากแก้แค้นให้พ่อ พยายามทำผิดเพื่อให้เข้ามาอยู่ที่เดียวกับเล็ก ในขณะที่เล็กได้ย้ายไปอยู่ที่บ้านกาญจนาฯ ใหญ่ก็หาทางตามไปอยู่กับเล็ก มีวันหนึ่งช่วงปลอดคน เล็กเข้าไปคุยกับป้ามลเจ้าหน้าที่ที่สถานพินิจบ้านกาญจนาฯ เล็กบอกป้าว่า โจทย์เขาเข้ามาแล้วชื่อใหญ่ ป้ามลถามว่า เล็กเคยไปมีเรื่องกับใคร หรือเคยทำอะไรกับใครไหม เล็กบอกว่าเคยทำ และลูกของคนที่เขาเคยฆ่า กำลังตามมาแก้แค้น จากนั้นป้าเรียกเด็กเข้าคุยรวมกัน ก็มีเล็กและใหญ่รวมอยู่ในนั้นด้วย ป้ามลบอกกับเยาวชนกลุ่มนี้ว่า คนที่เคยทำผิด เป็นบุคคลที่ก้าวพลาด และคนที่เคยก้าวพลาด ใช้ได้กับเล็กและใหญ่ไหม ทำให้พวกเขาคิดได้ และไม่ถือโทษต่อกัน จากนั้นก็มีการจัดงานสันติวิธีขอขมากัน แล้วทุกคนก็หยุดอาการโกรธ เคียดแค้น ชิงชังลงได้

“ผมอยากให้เรื่องนี้เป็นตัวอย่างแกคนอื่น ว่าทำไปแล้วจะเกิดอะไรขึ้น เล็กบอกว่าขอให้เรื่องนี้เกิดกับคนเพียงคนเดียว และเอาตัวเขาเป็นสิ่งไม่ดี และนำไปสอนใจว่าทำไม่ดีและเกิดเกี่ยวพันไปถึงชีวิตและอิสรภาพของตัวเอง ตอนผมดูผมคิดว่าการให้อภัยเป็นเรื่องยาก แต่ถ้าทำได้เป็นเรื่องน่าภาคภูมิใจ”

สุดท้ายตี๋ฝากทิ้งท้ายไว้ว่า เขารู้สึกมีตราบาปกับชีวิต แต่บางครั้งสังคมอาจไม่ต้อนรับ แต่เขาแค่อยากขอพื้นที่เล็กๆ ให้พวกเขาได้ยืนอยู่ในสังคมบ้าง เพราะสิ่งที่พวกเขาพยายามทำ แสดงให้เห็นว่า พวกเขาได้เปลี่ยนแปลงไปในทางที่ดีแล้ว

เสียงสะท้อนจากสถานพินิจบ้านกรุณา

“ไม่บ่อยนักที่สถานพินิจบ้านกรุณาจะมีละครที่สอนเกี่ยวกับ การให้ การให้อภัย และความเมตตาต่อผู้อื่น ซึ่งถือว่าให้ประโยชน์กับจิตใจเด็กๆ เป็นอย่างมาก ซึ่งแตกต่างจากความบันเทิงที่ได้จากการชมดนตรี ที่ช่วยให้ความสุขในชั่วประเดี่ยวประด๋าว” สมชาติ ชุมสวี ผู้อำนวยการศูนย์ฝึกและอบรมเด็กและเยาวชน สถานพินิจบ้านกรุณา สมุทรปราการ บอก พร้อมทั้งบอกต่อว่าส่วนใหญ่เยาวชนชายอายุ 17-18 ปี จำนวน 7 ร้อยคน เคยกระทำผิดในเรื่องชิงทรัพย์และยาเสพติดจาก จ.นนทบุรี สมุทรปราการ ปทุมธานี นครนายก และฉะเชิงเทรา พวกเขาเหล่านี้เป็นเด็กที่เคยก้าวพลาด แต่เมื่อเยาวชนกว่า 400 คนที่ได้เข้ามาชมละครในครั้งนี้ มีผลตอบกลับที่ดีมาก จากการเข้าชมละครเวลานานทั้งหมด 1 ชั่วโมงครึ่ง เด็กๆ นั่งฟังอย่างตั้งใจ

“ผมคิดว่าการชมละครในครั้งนี้จะช่วยคลี่คลายปมที่อยู่ในจิตใจของพวกเขา เด็กๆ บางครั้งบอบช้ำจากปัญหาครอบครัว ที่ถูกกระทำ ความไม่สมบูรณ์ในครอบครัว ซึ่งล้วนเป็นตัวกระตุ้นให้เด็กทำผิด หลงผิด แต่หากการชมละครได้เข้าไปช่วยเปลี่ยนแปลงความคิด ทัศนคติในเชิงลึกเข้าไปถึงก้นบึ้งนับว่ามีประโยชน์มาก ยิ่งเด็กได้เข้าไปมีส่วนร่วมในละคร ยิ่งทำให้เขารู้สึกอยากเปลี่ยนแปลงไปในทางที่ดีด้วยตัวเอง ถ้าละครทำให้เด็กเข้าใจชีวิตเพราะเรื่องราวที่เกิดขึ้นในละครที่พูดเกี่ยว กับการให้ การเสียสละ ความเมตตาต่อผู้อื่น ถ้าทุกคนคิดได้อย่างนี้ปัญหาสังคมจะลดลงไปเยอะ สังคมก็จะน่าอยู่” ผอ.สมชาติ บอก


ที่มา : http://www.posttoday.com/newsdet.php?sec=magazine&id=224246


<- Last Page :: Next Page ->

About Me

ที่นี่...ไม่มีพรมแดน... ที่นี่...เปิดตลอดเวลา... อยากให้มวลผีเสื้อ..โบยบินอีกครา..... ร่วมเดินตามฝัน..ไปบนทางสายเดียวกัน...

Recent Posts

• "ผู้หญิง 3 แบบที่คุณอาจไม่เข้าใจ"
• ผลงานของสนช....ในยุคคมช.ครองเมือง......แม่ลูกจันทร์
• ไฮไลต์ดิกชั่นนารี
• "ไทยเดย์ฯ-เอเอสทีวี" เสียภาษีด้วยครับ...พี่น้อง
• การต่อสู้ทางชนชั้นในสังคมไทย
• ดื่มเหล้า:บ่อยทำลายเศรษฐกิจและสังคมไทย
• สังคมเราวุ่นวายกันอยู่ทุกวันนี้ เพราะเรามีแต่คนดี...
• พันธมิตร ต้องยุติการชุมนุมของตนทันที ช่วยกันเรียกร้องกดดันให้พันธมิตรยุติการชุมนุม
• สมรภูมิโน้ตบุ๊กเล็กที่ไม่เล็กอย่างที่คิด
• ดิค-ริค สองพ่อลูกหัวใจแกร่ง!
• VCD "พันธมิตรฯฆ่าประชาชน
• ในตัวเรามีคนอยู่ "สามคน "
• จุดขายของพันธมิตร กับคำว่า “คนดี” ที่ไม่ควรมองข้าม
• อย่าเชื่อเพียงเพราะเขาเป็นอาจารย์
• เสียงจากคนไทยคนหนึ่งค่ะ
• พระราชอำนาจ กับการปกครองไทยในปัจจุบัน (ฉบับปรับปรุง)
• การแก้ไขประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาใหม่ : ศึกษากรณีคดีลอบปลงพระชนม์ ร.8
• เหล้าปั่นข้างโรงเรียน
• สมเด็จพระเทพฯ ทรงตอบคำถามสื่อนอกเรื่องการเมืองไทย
• ข้อสังเกตเบื้องต้นต่อคำสั่งศาลปกครองกรณีการชุมนุมวันที่ 7 ต.ค.
• Bootable CD Wizard : BCDW 201
• คู่มือการ UpGrade FirmWare DD-WRT กับ Linksys WRT54GL
• คู่มือการใช้งาน LINKSYS WRT54GL Upgrade-Firmware DD-WRT blockbit Limit Bandwidth
• บทสัมภาษณ์ รศ.ดร.วรพล พรหมมิกบุตร อ.คณะสังคมวิทยาและมานุษยวิทยา มธ.
• แกะรอยนักคิดที่ "อนุสรณ์สถาน ปรีดี พนมยงค์"
• อย่าเก็บข้อมูลใน CD-R นานเกินไป
• การตลาดผ่านออนไลน์ทั่วโลกบูม น้ำเมาแห่เปิดเว็บไซต์-5 ปีสื่อหลักเริ่มดื้อยา
• โอนเงินผิดบัญชี
• คิดถึงอาจารย์ป๋วย : คิดถึงเพื่อทำดีให้มากขึ้น
• กระซิบจากผีเฝ้าแผ่นดิน
• Happy Lock เครื่องล็อกล้อ กันรถหายแบบไม่เสียค่าปรับ
• เปิดคำให้การ...ของเด็กติดเกม
• การแก้ไขปัญหา ADSL
• Homeless Rangers ‘ชายขอบ’ ผู้พิทักษ์โลก
• มีเซ็กซ์กับแฟนถือว่าเป็นเรื่องปกติของการเป็นแฟนจริงหรือคะ(เรทนะ)
• ‘DFM’รถจีนบุกตลาดไทยเคาะ2.79แสนบ.บวกNGV
• ม.ล.ปริญญากร วรวรรณ เสือมีปีก
• สนมั้ย? โซลาร์เซลล์วัตต์ละ 1 ดอลลาร์
• สัจธรรมน้ำมันแพงเริ่มบทโหดของจริง(ตอนจบ)
• สัจธรรมน้ำมันแพงเริ่มบทโหดของจริง(ตอนแรก)
• การใช้ภาษาไทยของคนไทย “ขั้นวิกฤต” ต้นเหตุมาจากกลุ่มบันเทิง การเมือง สื่อ
• คู่มือของสาวยุคใหม่ “เลิฟ ไดอารี่... รักนี้คุมได้”
• วันนี้ของ"โน้ต"ณัฐกานต์จาก"ดูโอป๊อปสตาร์"สู่"จิตอาสาเพื่อสังคม"
• “ชีวิตที่ (จำ) ต้องสู้” ของ นร.ทุนแกรมมี่
• ผีขนุน2008"สก๊อย"ค้ากามริมถนนรับรายได้งาม
• อย่าให้อาการ ปวดประจำเดือน มาตัดสินชีวิตคุณ นพ.กฤษดา ศิรามพุช
• เรียนฟรีมีที่ไหน?เปิดเทอมทีไร-พ่อแม่ทุกข์ระทม
• มีกิ๊กติดคุก6เดือน กม.ใหม่คุมผัวเมีย
• ตกขาว ภัยเงียบของผู้หญิง นพ.กฤษดา ศิรามพุช
• ดันเด็กไทยแบ่งกันรู้-ร่วมกันคิด ผ่านห้องสมุดดิจิตอล"KIDS-D"
• รวมวิธีปรับแต่งหมาย่างให้ไวว่องด้วยตนเอง
• ใครควรรับผิดชอบชีวิตคนไทย ตายปีละกว่าหมื่นคน ??
• ค้นข้อมูลบนอินเทอร์เน็ตแล้วมีรายได้เสริม
• จากกำแพงเพชรสู่ซิลิกอนวัลเลย์ กว่าจะเป็น"กระทิง"ผู้บริหารกูเกิลคนไทยคนแรก
• hi5 สินค้าขายดีของโลกออนไลน์
• Southern Seaboard การรุกเงียบ บนแผ่นดินด้ามขวาน!!
• นั่งข้างเตียง ฟังเสียงความตาย
• บทความ: ไปให้ไกลกว่า ‘xxx กระปุก’ สร้างมาตรฐานการใช้อินเทอร์เน็ต แบบไม่เลือกที่รักมักที่ชัง
• ฟีโรโมน สารเรียกรัก
• สำนึกจิตสาธารณะต้องสร้างตั้งแต่เด็ก / สรวงมณฑ์ สิทธิสมาน
• วัยโจ๋รวมพลัง “ลดพื้นที่เสี่ยง” รอบโรงเรียน
• กระทิงแดงขยายเครือข่ายใจอาสา สร้างสังคมเพิ่มคนใจดี
• ‘จิตอาสา’ ละครปลุกจิตสำนึกวัยรุ่น
• มหา'ลัยลุงโฮจ้างครูเดือนละแสนแก้สมองไหล
• ภาพฉาวเฉินกว้านซี สู่กรณีศึกษาในรั้วโรงเรียน
• โรงเรียนข้างถนน คนสนามหลวง
• ปี พ.ศ. 2555 "คนชรา" จะล้นเมือง !?
• 14 ก.พ.“รุมโทรม” สู่ “เซ็กซ์หมู่”! กับนาฏกรรมความใคร่ที่เปลี่ยนไป
• เตือนโจ๋โฮจิมินห์..วาเลนไทน์อย่าถ่าย X
• ฤาว่าเด็กวัยรุ่นยุคนี้จะขาดภูมิคุ้มกัน…
• ชีวิตกับความรัก
• รักแท้ - รักเทียม ดูอย่างไร
• รับสร้างบ้านฝากความหวังรัฐบาลใหม่ สานต่อเมกะโปรเจกต์ขับเคลื่อนเศรษฐกิจ
• รับชมการถ่ายทอดสด 80ชม. ร่วมด้วยช่วยร้องเพลงเพื่อพ่อแห่งแผ่นดิน ที่สถานีรถไฟหัวลำโพง
• บทความ: มหาวิทยาลัยที่ไม่มีคำตอบ
• อิทธิพลใหม่
• มหาชัย...เมืองมอญ หรือ 'เมียนมาร์ทาวน์'?
• MV ไฮเปอร์: นางฟ้าคืนเดียว
• แม่โจ้ 36 ..อินทผลัมไทย ไม้ประดับไม้มงคลออก ผลกินได้
• หลวงพ่อปัญญา มรณภาพ สิ้นนักรบธรรม
• รายงานพิเศษ...“ภิกษุสันดานกา”...เรื่องจริง หาใช่ หมิ่นสงฆ์!!
• หวังผ่าโครงสร้างกองทุนประกันสังคม ให้ กก. มาจากการเลือกตั้ง
• ไม่มีน้ำ เครียด สร้างเขื่อน...แม่วงก์ (วิธีคิดซ้ำซากของรัฐไทยกับเสียงของคนไม่มีเสียง)
• นักวิชาการแฉเด็กมัธยม “ตบ ตี เตะ ตื้บ” รุนแรงมากขึ้น
• โสเภณีที่....สนามหลวง ลุงอ้วน
• ลือหึ่ง “ลีอาห์ ดีซอน” เบื้องหลังหมอง-เอวีหน้าเหมือนระบาด
• รักโรแมนติคคืออะไร ? 'สุชาดา จักรพิสุทธิ์' เคยเขียนถึง 'นิธิ เอียวศรีวงศ์'
• BLOGGER นักเขียนในโลกไร้พรมแดน
• “โลกของเขาในดวงตาของเรา” เมื่อ ‘คนขายหมี่’ เป็น “กวีซีไรต์”
• คาถาแก้ปัญหา
• ธรรมะทอล์คโชว์-ธรรมะพลิกชีวิต "พระมหาสมปอง"เพื่อบ้านครูน้อย
• ขอบริจาคหนังสือให้เด็ก : สาวิตรี อินทร์พร
• ผู้ชายที่ไม่ควรเสียเวลาด้วย
• แมกกาซีน + วีซีดี หวือ หวิว สยิว เซ็กซ์ ( ? )
• ม.นอกระบบจุดจบของชาติตัดโอกาสคนจน
• ทำไมรักต่างวัย ถึงใจตรงกัน
• การทำ Traffic Control บนลินุกซ์
• มาตรฐานซีไรต์...เมื่อมองในมุมกว้าง
• บ ท รั ก บ ท ที่ ส อ ง
• โปรแกรมฆ่าไวรัส MSN image.zip, photo.zip, pic.zip

Links

• Home
• View my profile
• Archives
• Friends
• Email Me
• naigod_gotoknow
• naigod_Bloggang
• BlogNGO
• Albums_Blogth
• 555music
• AneW FoR YoU : สารพันปัญหาเซ็กส์
• มูลนิธิสื่อเพื่อเยาวชน
• บ้านบัณฑิตอาสาสมัคร รุ่น 31
• เว็บบอร์ด บอ.31
• บ้านบัณฑิตอาสาสมัคร รุ่น 26
• บ้านบัณฑิตอาสาสมัคร รุ่น 36
• เว็บบอร์ด บอ.36
• BlogBaanBorOr31
• grajok187 บอ38
• Graduate Volunteer Community
• เหลิม&เป้
• เว็บพี่ไก่
• เว็บหนุ่มม้ง
• Snarf-it.orgฟรีเว็บบิท
• โลกของหมวยเล็ก
• Tee36
• P_God_
• naigod_BlogSoftganz
• naigod_OkNation
• Thai national Anthem (former TITV)

Friends

• Lovelygirl
• Luck
• Sakda
• Deedy
• karint
• issarachon