2008-Mar-26 - ฟีโรโมน สารเรียกรัก
คุณเคยสงสัยกันรึเปล่าว่า
ก่อนที่เราจะรักใครสักคน มันจะต้องมีเหตุผลอะไรประกอบบ้าง บางคนบอกว่า
ก็เขาน่ารัก นิสัยดี สวย หล่อ และอะไรอีกมากมาย หลายคนอาจเชื่อในพรหมลิขิต
ที่เบื้องบนดลบันดาลให้คนทั้งสองมาพบกัน
แต่พอคิดอีกทีมันก็เป็นเรื่องที่ยากต่อการพิสูจน์
ปริทรรศน์วันนี้เรามีคำตอบให้คุณผู้อ่านคลายข้อสงสัยดังกล่าว
แม้ว่าเรื่องที่เรากำลังจะนำเสนอยังต้องรอการพิสูจน์อย่างเป็นทางการอยู่
เคยสงสัยในความรู้สึกของตัวเองหรือไม่ว่า
ทำไมเราถึงได้เกิดความรู้สึกรักใครบางคนขึ้นมาได้ ทั้งๆ ที่เขาไม่ได้หล่อ
รวย หรือเป็นคนดีอะไร แล้วอะไรกันล่ะที่ทำให้เราหัวใจเต้นไม่เป็นจังหวะ
หรือเขินอายเพราะทำอะไรเปิ่นๆ ออกไป
นิตยสาร Her World ได้อธิบายเรื่องสารฟีโรโมน ที่เขียนโดย นพ.พันธ์ศักดิ์ ศุกระฤกษ์
ว่า สารฟีโรโมน
เป็นสารที่มนุษย์ไม่สามารถรับรู้ได้ด้วยกลิ่นเหมือนอย่างมดหรือผึ้ง
แต่เราสามารถรับรู้ได้ทางสมอง สังเกตได้โดย
เมื่อไหร่ก็ตามที่เราไปเจอคนที่ตรงสเปก หรืออยู่ดีๆ ก็เกิดความรู้สึกปลื้ม
ชอบ ประทับใจขึ้นมาโดยไม่มีเหตุผล
ความรู้สึกนี้แหละที่เรียกว่าสารฟีโรโมนในร่างกายเรากำลังทำงาน
ที่สำคัญอีกข้อคือถ้าผู้หญิงคนไหนที่ติดพ่อมาก หรือรักพ่อมากๆ
หากเธอได้ไปพบเจอชายที่มีกลิ่นหรือนิสัยคล้ายพ่อเมื่อไหร่
ผู้หญิงคนนั้นมักจะตกหลุมรักเขาไปโดยไม่รู้ตัว
จากหลักวิทยาศาสตร์ สู่หลักความจริง
ตามหลังวิชาการคำว่า ฟีโรโมน (Pheromone)
นั้นเกิดจากการรวมกันของคำในภาษากรีก "Pherein" ที่แปลว่า to carry และ
"Hormon" ที่แปลว่า to excite โดยกลุ่มนักวิจัยยุคแรก คือ Karlson และ
Luscher ได้คิดค้นคำนี้ในปี ค.ศ. 1959 และอาจเรียกฟีโรโมนว่า
ecto-hormones
กล่าวคือเป็นสารเคมีที่หลั่งออกจากร่างกายแล้วไปมีผลต่อพฤติกรรมของสิ่งมี
ชีวิตชนิด (สปีชีส์) เดียวกัน เช่น
ฟีโรโมนที่มดหลั่งออกมาไม่ได้มีผลต่อพฤติกรรมของมนุษย์
และฟีโรโมนที่มนุษย์เราผลิตขึ้นก็มีผลต่อมนุษย์เราด้วยกันเองเท่านั้น
เป็นต้น
เมื่อโมเลกุลของ
ฟีโรโมนถูกหลั่งออกจากร่างกายทั้งจากระบวนการของร่างกายเราเองและปฏิกิริยา
ชีวเคมีของแบคทีเรียที่อาศัยอยู่บริเวณนั้น เช่น จากบริเวณรักแร้
สารคัดหลั่งที่อวัยวะเพศ น้ำปัสสาวะ และผิวหนังทั่วไป เป็นต้น
เดินทางผ่านตัวกลางในอากาศ
เมื่อจับกับตัวรับซึ่งคาดว่าเป็นตัวรับชนิดที่เรียกว่า Vemeronasal
receptors ที่จมูก แล้วจึงส่งสัญญาณข้อมูลไปยัง Olfactory Bulb
และประมวลผลขั้นสูงยังสมองส่วนต่างๆ ต่อ
ฟีโรโมนเป็นคำที่มาจาก คำภาษากรีก 2 คำรวมกันที่รวมกันแล้ว
แปลความได้ว่านำเอาความตื่นเต้นมาให้ เป็นความตื่นเต้นในความรัก
ตื่นเต้นที่จะได้มีการเจริญพันธุ์ ซึ่งเป็นที่ทราบกันมานานแล้วว่า
สัตว์ทุกชนิดในห้วงเวลาที่มีการเจริญพันธุ์นั้นจะมีการหลั่งสารชนิดหนึ่ง
ออกมา สารดังกล่าวเรียกกันว่าฟีโรโมน ส่วนมากแล้วจะหลั่งออกมาจากเพศเมีย
เพราะต้องการเรียกให้ตัวผู้มาทำการผสมพันธุ์จะได้เจริญเผ่าพันธุ์ต่อไป
ไม่สูญพันธุ์ไปเสียก่อน ต่อมาก็พบว่าปลาบางชนิดก็มีสารฟีโรโมนดังกล่าวด้วย
เช่น ปลาฉลามและปลาแซลมอน ในสัตว์บกนั้นพบเกือบทุกชนิด
และไม่เว้นแม้แต่สัตว์ปีกตัวเล็กๆ เช่น ตั๊กแตน ผีเสื้อ แต่ไม่พบในนก
โดย
ปกติแล้วฟีโรโมนเป็นสารที่ระเหยได้ และสร้างออกมาจากเพศหนึ่ง
เพื่อกระตุ้นอีกเพศหนึ่งให้เกิดอารมณ์รักใคร่ อยากจะได้ไว้เป็นคู่
ฟีโรโมนออกฤทธิ์อย่างแรงในการกระตุ้นอารมณ์และความรู้สึกรักใคร่
อยากเป็นของกันและกันให้มากขึ้นในเผ่าพันธุ์เดียวกัน
รับรองว่าฟีโรโมนของคุณไม่สามารถไปกระตุ้นม้าหรือช้างให้รักคุณได้เด็ดขาด
สารเรียกรักที่มากกว่า คำว่ารัก
เวลาที่พูดถึงฟีโรโมนนั้นมักจะเรียกกันว่า กลิ่นเรียกรัก
แต่โดยแท้ที่จริงแล้ว ฟีโรโมนนั้นไม่มีกลิ่นที่รับรู้ได้จากทางจมูก
ซึ่งกลิ่นที่ไม่มีกลิ่นดังกล่าวคนเราจะรับรู้ได้จากสมอง
โดยฟีโรโมนจะหลั่งออกมาเพียงน้อยนิด
แต่ก็สามารถที่จะเรียกคู่ได้จำนวนมหาศาล โดยปกติแล้ว
ฟีโรโมนมักจะหลั่งออกมาจากเพศหญิงเพื่อที่จะให้ชายมาหลงรัก
คุณจำได้ใช่ไหมว่า ฟีโรโมนแท้ๆ นั้นไม่มีกลิ่น ดังนั้น
รับรองว่าไม่ใช่กลิ่นที่เรียกว่าสาบสาวอย่างเด็ดขาด
เป็นที่เชื่อกันมานานแล้วว่า
สัตว์เพศผู้ทั้งหลายมีตัวรับกลิ่นเสน่ห์หรือฟีโรโมนดังกล่าวอยู่ในสมอง
จึงสามารถที่จะหลงเสน่ห์เพศเมียได้
ในขณะที่สัตว์เพศเมียไม่มีตัวรับกลิ่นดังกล่าว จึงไม่มีการหลงเสน่ห์ตัวเอง
ในสัตว์บกบางชนิดนั้น
ตัวผู้ก็มีฟีโรโมนเหมือนกันและเป็นตัวกระตุ้นให้ตัวเมียเกิดการตกไข่ เช่น
ในกระต่ายและหนูนั้นตัวเมียจะเกิดการตกไข่ก็ต่อเมื่อได้กลิ่น
ฟีโรโมนของตัวผู้เท่านั้น
ไม่
เกิน 10
ปีที่ผ่านมาที่มีการสกัดเอาฟีโรโมนของมนุษย์เราออกมาได้เป็นผลสำเร็จ
โดยสกัดเอาฟีโรโมนจากผิวหนัง
ซึ่งเมื่อนำเอาสารสกัดดังกล่าวไปทดสอบกับอาสาสมัครจำนวน 40 คน
ผลการทดลองนั้น อาสาสมัครตอบว่ามีความรู้สึกดี เป็นมิตร
และอยากตอบสนองต่อความรัก พูดง่ายๆ ก็คือทำให้มีอารมณ์แห่งความรักนั่นเอง
และเนื่องจากเคยมีการวิจัยพบว่า
ในน้ำหล่อลื่นและตกขาวตามธรรมชาติของผู้หญิงที่สะอาดนั้น
มักจะมีกลิ่นที่ชวนให้วาบหวาม
และบางกลิ่นระเหยออกมาจากจุดซ่อนเร้นของสัตว์บกที่เลี้ยงลูกด้วยนมหลายชนิด
ในบางห้วงเวลา เมื่อวิเคราะห์ออกมาแล้ว
ปรากฏว่าประกอบไปด้วยกรดไขมันบางชนิดที่มีโครงสร้างคล้ายฟีโรโมนด้วย
และคุณผู้ชายที่พิสมัยการทำรักด้วยปากกับส่วนนั้นของแฟนคุณ
เคยลองสังเกตดูบ้างไหมว่า ในบางช่วง เช่น วันไข่ตกกลิ่นจะเปลี่ยนไป
บางครั้งพบว่าผู้หญิงจะมีกลิ่นสะอาด หอมเย้ายวนใจ
ออกมาจากส่วนนั้นเหมือนกัน
ใน
ปัจจุบันพบว่า ฟีโรโมนของคนเรานั้นจะหลั่งออกมาในปริมาณน้อยนิด
จากน้ำมันบริเวณผิวหนังรอบๆ หัวนม, ใต้รักแร้ และบริเวณอวัยวะสืบพันธุ์
ฟีโรโมนของคนมีโครงสร้างคล้ายฮอร์โมน Dhea
ซึ่งเป็นฮอร์โมนที่สร้างมาจากต่อมหมวกไต เป็นต่อมเล็กๆ
ที่อยู่เหนือไตทั้งสองข้าง แค่เหมือนเท่านั้น ไม่ใช่เหมือนทั้งหมด 100
เปอร์เซ็นต์ ดังนั้นจึงกล่าวได้ว่าฟีโรโมนมีโครงสร้างคล้ายฮอร์โมน
และออกฤทธิ์ต่อประสาทสมองส่วนจิตใต้สำนึกที่ทำให้คิดถึงเรื่องราวพื้นฐาน
ซึ่งก็คือการเจริญพันธุ์ของมนุษยชาติ
ฟีโรโมนจึงทำให้
เกิดอารมณ์รักใคร่ อารมณ์เพศ
และกระตุ้นให้มีความต้องการทางเพศต่อเพศตรงข้าม
ร่างกายของคนเราจะหลั่งฟีโรโมนออกมาก็ต่อเมื่อเจอกับเพศตรงข้ามที่พึงพอใจ
และเมื่อตนเองมีอารมณ์เพศเท่านั้น คือ ทำให้เกิดความรัก
และเพิ่มอารมณ์ที่จะมีสัมผัสรักทางกายต่อกันและกัน
เมื่อคุณเกิดความรักในเขาและเธอ ฟีโรโมนก็จะหลั่งออกมา
ไปกระตุ้นให้ฝ่ายตรงข้ามได้รับทราบถึงความรักและความสนใจที่เกิดขึ้น
ทำให้เกิดการตอบสนองตามมา
มีการศึกษาพบว่าผู้หญิงที่มีประจำเดือนไม่สม่ำเสมอแล้วเกิดไปแต่ง
งานขึ้น เธอมีเพศสัมพันธ์กับชายคนรักอย่างสม่ำเสมอ ไม่ช้าไม่นาน
ประจำเดือนของเธอก็มาเป็นปกติ แพทย์หลายท่านพยายามอธิบายว่า
เกิดจากเซ็กซ์ที่สุขสมทำให้เกิดมีการหลั่งสารแห่งความสุขออกมา
จนนอนหลับผ่อนคลาย ฮอร์โมนของการเจริญพันธุ์จึงหลั่งออกมาดี
ทำให้มีประจำเดือนเป็นปกติได้
ตาโต แก้มยิ้ม ความรู้สึกแรกของความรัก
ขณะที่ รศ.ดร.นัยพินิจ คชภัคดี
โครงการศูนย์วิจัยชีววิทยาระบบประสาทและพฤติกรรมสถาบันวิจัยและพัฒนา
วิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีมหาวิทยาลัยมหิดล อธิบายว่า
สารฟีโรโมนในคนยังไม่มีข้อสรุปที่ชัดเจนว่ามีจริงหรือไม่
แต่ในจมูกคนจะมีเส้นประสาททั้งหมด 12 คู่ และเส้นประสาทคู่ที่ 0
ในจมูกจะมีเส้นประสาทที่เกิดฮอร์โมนชื่อ Vemeronasal
เป็นเส้นประสาทที่มีในสัตว์แคระ เช่น มด ผึ้ง หนู กระต่าย
ซึ่งในคนยังไม่มีการระบุว่ามีสารดังกล่าวอยู่
โดยโครงการพัฒนาวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีมีการวิจัยที่เสนอเกี่ยวกับ
ฟีโรโมนในคนว่า
กลิ่นรอบเดือนของผู้หญิงจะมีปฏิกิริยาด้านพฤติกรรมต่อเพศตรงข้าม
และจากการวิจัยพบว่าเวลาที่นักศึกษาหญิงพักอยู่ในหอหญิงล้วน
โดยไม่มีนักศึกษาชายอยู่ร่วมหอพัก รอบเดือนของนักศึกษาหญิงจะมาไม่สม่ำเสมอ
แต่หากนักศึกษาหญิงพักในหอที่มีนักศึกษาชายรวมอยู่ด้วยมักจะมีรอบเดือนที่
มาตามปกติ
ตามหลักฐานข้อ
หนึ่งที่เกิดขึ้นกับคนและมีลักษณะที่คล้ายกับสัตว์ชั้นต่ำคือ
คนเราสามารถรับกลิ่นหอมต่างๆ ได้โดยใช้จมูกรับกลิ่น
แต่คนเราสามารถรับกลิ่นที่เรียกว่ความหลงใหล ความชื่นชอบได้ทางสมอง
ขณะที่สัตว์ชั้นต่ำจะมีสารดังกล่าวไว้เพื่อดึงดูดเพศตรงข้ามหรือป้องกันภัย
จากศัตรู
ในปัจจุบันไม่มีหลักฐานที่ชี้ชัดว่าคนเรามีสารฟีโรโมนอยู่ในร่างกาย
จริง แต่ก็มีการวิจัยอยู่เรื่อยๆ ที่ยังไม่มีข้อสรุป
โดยมีการวิชัยชิ้นหนึ่งที่ชื่อว่าเซ็กซ์ฟีโรโมน
การวิจัยดังกล่าวจะเป็นประโยชน์ทางธุรกิจการค้ามากมาย
และทำให้เกิดความตื่นตัวทางเพศในการทำงานร่วมกัน
เซ็กซ์ฟีโรโมนยังเป็นพฤติกรรมทางเพศที่ศึกษาแล้วพบว่า
สิ่งแรกที่จะทำให้คนเราหลงใหลได้ก็คือรูปร่าง หน้าตา รอยยิ้ม
ซึ่งจะมีความสำคัญมากกว่ากลิ่น มันจึงขึ้นอยู่กับการมองเห็นมากกว่า
อีกข้อคือความรักจะขึ้นอยู่กับวัยของคนด้วยว่ามีประสบการณ์มาอย่างไร
และขึ้นอยู่กับทัศ
นคติของบุคคล หากจะกล่าวว่าผู้หญิงมักชอบผู้ชายที่เหมือนพ่อ และผู้ชายมักจะชอบผู้หญิงที่เหมือนแม่ก็ไม่ผิดนัก
ในประสาทการมองเห็นของคน ครั้งแรกที่พบกัน หากมีพฤติกรรมตาโต
แก้มยิ้ม มักจะเป็นที่สนใจของเพศตรงข้าม หรือที่เรียกว่าซิมโบลิค พิคเจอร์
และหากได้ใกล้ชิดกันมากขึ้น จนมีโอกาสได้ออกเดท เดินเที่ยว ทานข้าวด้วยกัน
หรือคุยกันแล้วมีรสนิยมที่เหมือนกัน และถ้าเป็นช่วงที่เพศหญิงมีรอบเดือน
ผู้หญิงจะยิ่งมีฮอร์โมนเพิ่มมากขึ้น จนทำให้ร่างกายอบอุ่น
ส่งผลมาถึงหน้าตาและทำให้สามารถดึงดูดเพศตรงข้ามได้มากขึ้น
ส่วนผู้ชายก็จะมีกลิ่นกายเฉพาะตัว ซึ่งไม่ใช่กลิ่นเหงื่อ แต่เป็นกลิ่นหอมๆ
ที่รับรู้ด้วยสมองมากกว่าจมูกในเรื่องของอารมณ์ ความรู้สึก ความหลงใหล
การสื่อสารภายนอกร่างกาย เป็นการทำงานของสมอง
หญิง ชาย สัมผัสฟีโรโมนได้ต่างกัน
ปิยาภรณ์ รัตนโชติสกุล
นักศึกษานิเทศศาสตร์ มหาวิทยาลัยราชภัฎสวนสุนันทา
เล่าให้ฟังว่าเคยดูเรื่อง ของสารฟีโรโมนในรายการเมก้า เครฟเวอร์
วันนั้นเขาทดลองเอาฝาแฝดชายมา 2 คน
และให้ทั้งสองคนแยกไปอยู่ในตู้ที่จัดไว้ให้
โดยในตู้หนึ่งมีสารฟีโรโมนที่สกัดมาแล้วอยู่ด้วย แต่อีกตู้หนึ่งไม่มี
แล้วก็เชิญผู้หญิงมาร่วมรายการ 5 คน วิธีการเล่นก็คือให้พวกเธอทั้ง 5 คน
ปิดตาให้สนิทแล้วให้ใช้ความรู้สึกของตัวเองเลือกว่าชอบที่จะอยู่ตู้ไหน
มากกว่ากัน ซึ่งการทดลอปรากฏว่าตู้ที่มีสารฟีโรโมนมีผู้หญิงเลือกถึง 4 คน
ส่วนตู้ที่ไม่มีสารฟีโรโมน มีผู้หญิงเลือกแค่คนเดียว
การทดลองดังกล่าว
ทำให้รู้ว่าสารฟีโรโมนมีผลต่อการดึงดูดต่อเพศตรงข้ามจริง เพราะผู้หญิงทั้ง
5 คนต่างปิดตา มองไม่เห็นหรอกว่าคนที่เธอเลือกจะหน้าตาเป็นยังไง
ที่สำคัญที่สุดเขาทั้งสองเป็นฝาแฝดกัน สิ่งที่ผู้หญิงทั้ง 5
คนเลือกจึงเป็นเรื่องของความรู้สึกที่ดึงดูดจากเพศตรงข้ามมากกว่า
ปิยาภรณ์
ยังบอกอีกว่า ในส่วนตัวเธอเชื่อว่า สารฟีโรโมนมีอยู่จริง
ถึงแม้ว่าจะไม่เคยดูรายการ เมก้า เครฟเวอร์
มาก่อนเธอก็เชื่ออย่างนั้นเพราะเธอเองก็เคยรู้สึกดี
กับผู้ชายคนหนึ่งที่เธอเคยชอบ เธอเชื่อว่าผู้ชายทุกคนมีกลิ่นของตัวเอง
ซึ่งทั้งเราและเขาต่างก็ไม่รู้หรอกว่า ไอ้กลิ่นที่ว่านี่มันเป็นยังไง
เพราะมันไม่ใช่กลิ่นน้ำหอม หรือกลิ่นเหงื่อ
แต่เรารู้แค่ว่ามันเป็นกลิ่นที่เกิดมาจากความรู้สึก
กลิ่นดังกล่าวที่ว่านี่มันก็ไม่ใช่ว่าจะเกิดกับทุกคน
มันเกิดได้เฉพาะบางคนเท่านั้น มันเป็นความรู้สึกของหัวใจที่มีอิทธิพล
เป็นเหตุผลที่ไม่สามารถอธิบายได้
ด้าน โชติวรรณ รุจิประเสริฐวงศ์
หนุ่มเจ้าเสน่ห์ผู้มีประสบการณ์ในเรื่องของความรัก เล่าให้เราฟังว่า
ฟีโรโมนเป็นฮอร์โมนที่หลั่งออกมาพร้อมกับกลิ่นตัวซึ่งมีอยู่ในร่างกายของ
เราทุกคน โดยแต่ละคนก็จะมีกลิ่นที่ต่างกันออกไป
กลิ่นที่ว่านี่สามารถดึงดูดเพศตรงข้ามให้มาหลงเสน่ห์ตัวเราได้
โดยส่วนตัวเชื่อว่า ฟีโรโมนเป็นสารที่สร้างความรู้สึกทางเพศได้
แต่ไม่ถึงขั้นเกิดความรักหรอก อย่างเช่นเราไปเจอผู้หญิงคนหนึ่งสวยมากๆ
แต่เขาดันผิดกลิ่นที่เราชอบ เราก็ไม่อยากจะคบ
โดยส่วนตัวเราไม่รู้นะว่าผู้ชายทุกคนจะเป็นเหมือนเรารึเปล่า
คือเราคิดว่าผู้หญิงที่อยู่ในช่วงก่อนที่จะมีรอบเดือนเขาจะดูสวย
ผิวพรรณเปล่งปลั่ง มีน้ำมีนวล น่ารักเลยแหละ
มันคงเป็นช่วงที่ผู้หญิงมีฮอร์โมนเยอะมากกว่าปกติ
จึงทำให้เราสัมผัสได้ถึงความเสน่หา น่าหลงใหลในตัวของพวกเธอ โชติวรรณ
บรรยาย
แม้
ว่าหลายคนจะพูดเป็นเสียงเดียวกันว่า สารฟีโรโมน
สามารถสร้างกลิ่นที่รับรู้ได้ทางสมองจริง
แต่เรื่องดังกล่าวก็ยังต้องมีการพิสูจน์กันต่อไป
ในขณะที่หลายคนคิดว่าแล้วอะไรล่ะที่เป็นบทพิสูจน์ เรื่องของความรัก
มันเป็นอะไรกันแน่ ฟีโรโมนหรือพรหมลิขิต หรืออะไรก็แล้วแต่
แต่
สิ่งสำคัญที่สุดของคนที่กำลังมีความรัก หรือกำลังเสียใจ ผิดหวังอยู่
คือการใช้หัวใจและเหตุผลควบคู่กันในการตัดสินใจที่จะรักใครสักคน
บางทีความรักอาจจะอยู่รอบๆ ตัวคุณ เพียงแต่คุณลองหยุด
และก้าวเดินไปอย่างช้าๆ ดูบ้าง คุณอาจจะเจอก็ได้
*********************
อ้างอิงข้อมูลจาก
www.bloggang.com/viewblog.php?id=neuroguy&date
บทความของ นพ.พันธ์ศักดิ์ ศุกระฤกษ์ จากนิตยสาร Her World
********************
เรื่อง-ออรีสา อนันทะวัน http://www.manager.co.th/Daily/ViewNews.aspx?NewsID=9510000036015
|
|
|
|
About Me
ที่นี่...ไม่มีพรมแดน...
ที่นี่...เปิดตลอดเวลา...
อยากให้มวลผีเสื้อ..โบยบินอีกครา.....
ร่วมเดินตามฝัน..ไปบนทางสายเดียวกัน...
Friends
Lovelygirl Luck Sakda Deedy karint issarachon
|