2008-May-2 - มีกิ๊กติดคุก6เดือน กม.ใหม่คุมผัวเมีย
กระทรวงการพัฒนาสังคมฯ เร่งกำหนดคำนิยาม
"สามีและภรรยานอกใจ-มีชู้-มีกิ๊ก"
ลักษณะใดเข้าข่ายทำร้ายจิตใจตามพ.ร.บ.คุ้มครองผู้ถูกกระทำความรุนแรงใน
ครอบครัวบ้าง หลังกฎหมายมีผลบังคับใช้เมื่อเดือนพ.ย.ปีที่แล้ว
ระบุการกระทำผิดลักษณะดังกล่าวมีโทษจำคุกไม่เกิน 6 เดือน ปรับไม่เกิน 6
พันบาท หรือทั้งจำทั้งปรับ
ด้านเอ็นจีโอจี้พม.เผยแพร่กฎหมายดังกล่าวแจกคู่มือคนทำงาน-ประชาชน
เมื่อ
วันที่ 29 เม.ย. นางจิตราภา สุนทรพิพิธ
รองผอ.สำนักงานกิจการสตรีและสถาบันครอบครัว
กระทรวงการพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์ (พม.) เปิดเผยว่า
พ.ร.บ.คุ้มครองผู้ถูกกระทำด้วยความรุนแรงในครอบครัว พ.ศ.2550
ซึ่งมีผลบังคับใช้แล้วตั้งแต่วันที่ 12 พ.ย.ที่ผ่านมา
ระบุว่าความรุนแรงในครอบครัว หมายถึง การกระทำใดๆ
โดยมุ่งประสงค์ให้เกิดอันตรายแก่ร่างกาย จิตใจ หรือสุขภาพ
หรือกระทำโดยเจตนาในลักษณะที่น่าจะก่อให้เกิดอันตรายแก่ร่างกาย จิตใจ
หรือสุขภาพของบุคคลในครอบครัว หรือบังคับ
หรือใช้อำนาจครอบงำผิดทำนองคลองธรรมให้บุคคลในครอบครัวต้องกระทำการ
ไม่กระทำการ หรือยอมรับการกระทำอย่างหนึ่งอย่างใดโดยมิชอบ
"ดัง
นั้น กรณีที่ผู้หญิงและผู้ชายถูกสามีหรือภรรยาตัวเองนอกใจโดยไม่เต็มใจ
ย่อมถือเป็นการทำร้ายจิตใจด้วย
สามารถใช้สิทธิ์ฟ้องดำเนินคดีตามกฎหมายนี้ได้ โดยโทษสูงสุดคือจำคุกไม่เกิน
6 เดือน หรือปรับไม่เกิน 6 พันบาท หรือทั้งจำทั้งปรับ
โดยสำนักงานกิจการสตรีฯ
จะเร่งหารือกับผู้เชี่ยวชาญด้านกฎหมายเพื่อกำหนดนิยามของความรุนแรงด้านจิต
ใจให้ชัดเจนว่าต้องมีระดับความรุนแรงอย่างไร
หรือส่งผลกระทบกับผู้ถูกกระทำมากน้อยเพียงใด จึงจะเข้าข่ายตามกฎหมายนี้"
รองผอ.สำนักงานกิจการสตรีและสถาบันครอบครัวกล่าว
ด้านน.ส.สุเพ็ญศรี
พึ่งโคกสูง หัวหน้าศูนย์พิทักษ์สิทธิสตรี มูลนิธิเพื่อนหญิง
เปิดเผยว่าระหว่างปี 2548-2550
พบว่ามีผู้หญิงปรึกษาปัญหาความรุนแรงในครอบครัว 3,496 กรณี
ส่วนใหญ่ประสบปัญหามากกว่า 1 กรณีและมักเก็บเงียบ บางรายกลายเป็นผู้ต้องหา
พยายามฆ่า หรือ ฆ่าผู้อื่นโดยเจตนาในที่สุด
โดยแอลกอฮอล์เป็นตัวกระตุ้นให้เกิดความรุนแรงในครอบครัวมากที่สุด
ผู้
สื่อข่าวรายงานว่า เมื่อวันที่ 28 เม.ย.ที่ผ่านมา
มูลนิธิเพื่อนหญิงและมูลนิธิหญิงไทย ได้จัดเสวนาเรื่อง "ไม่ทุกข์ซ้ำ
ฟื้นเร็วด้วยกระบวนการที่เป็นมิตร"
โดยเชิญผู้แทนกลไกสหวิชาชีพด้านกระบวนการยุติธรรม สังคมสงเคราะห์
และสุขภาพ
ที่เกี่ยวข้องกับการใช้พ.ร.บ.คุ้มครองผู้ถูกกระทำด้วยความรุนแรงในครอบครัว
พ.ศ.2550 โดยทุกฝ่ายยอมรับว่ายังมีความสับสนไม่ชัดเจนในการใช้กฎหมาย
โดยเฉพาะกรณีที่เป็นการทำร้ายจิตใจ ลักษณะใดจึงจะเป็นความผิดตามกฎหมายนี้
จึงเรียกร้องให้กระทรวงพม. เร่งกำหนดกรอบให้ชัดเจน
และจัดทำคู่มือการใช้กฎหมายแจกจ่ายให้กับผู้มีหน้าที่ปฏิบัติตามกฎหมาย
เช่น พนักงานสอบสวน จิตแพทย์ นักสังคมสงเคราะห์ ผู้พิพากษาและประชาชน
http://news.sanook.com/social/social_269701.php
|