Google

บ้านบัณฑิตอาสามัคร รุ่น31

2008-May-12 - เรียนฟรีมีที่ไหน?เปิดเทอมทีไร-พ่อแม่ทุกข์ระทม

Posted in BorOr31





ย่าง กรายเข้าช่วงเปิดเทอมคราใด บรรดาผู้ปกครองต่างกุมขมับไปตามๆ กัน ยิ่งในยุคเข้ายากหมากแพงเยี่ยงนี้ ย่อมเดือดร้อนกันถ้วนทั่ว ที่สำคัญแม้รัฐประกาศให้เรียนฟรี 12 ปี แต่ไฉนจึงต้องจ่ายเงินสารพัดในรูปลักษณ์ต่างๆ แทน "ค่าเทอม" อยู่เฉกเช่นเดิม

เปิดเทอมใหม่แต่ละครั้งผู้ปกครองยุค "เรียนฟรี 12" ยังต้องควักกระเป๋าอย่างน้อยไม่ต่ำกว่า 1 หมื่นบาท สำหรับส่งลูก 1 คน เข้าเรียนประถมหรือมัธยมโรงเรียนของรัฐ หรืออาจจะพุ่งสูงขึ้นอีกหลายเท่าถ้าส่งลูกเข้าเรียนโรงเรียนเอกชน แม้ว่ารัฐจะประกาศเรียนฟรี 12 ปี ไม่เก็บค่าเทอม แต่ยังเรียกเก็บเงินอีกหลายรายการ ซึ่งล้วนแต่เป็นการเพิ่มภาระให้ผู้ปกครองทั้งสิ้น

ผู้ปกครองหลายรายที่เพิ่งส่งลูกเรียนระดับประถมศึกษา มัธยมต้น หรือมัธยมปลาย ต้องปวดหัวกับรายจ่ายที่เข้ามาช่วงเปิดภาคเรียนเป็นประจำ แม้ว่ารัฐบาลจะมีนโยบาย “เรียนฟรี 12 ปี“ โดยให้เงินอุดหนุนแก่โรงเรียนรัฐ แล้วสั่งให้โรงเรียนเลิกเก็บค่าเทอม รวมทั้งให้เงินอุดหนุนโรงเรียนเอกชนบางส่วน เพื่อให้โรงเรียนลดค่าเทอมลงตามสัดส่วนของเงินอุดหนุนที่ได้จากรัฐ แต่ในความเป็นจริงแล้ว ผู้ปกครองแทบไม่เคยรู้สึกว่าลูกได้เรียนฟรี เพราะยังต้องควักเงินก้อนใหญ่ซื้อการศึกษาให้ลูกเช่นเดิม เมื่อเทียบกับรายได้และค่าครองชีพของคนไทยแล้ว รายจ่ายดังกล่าวเป็นภาระที่หนักพอสมควร

 นางกนกวรรณ บำรุงนา วัย 41 ปี ผู้ปกครองนักเรียนชั้น ป.2 โรงเรียนเอกชนแห่งหนึ่ง ย่านมีนบุรี กล่าวว่า หากจะเทียบค่าใช้จ่ายช่วงเปิดเทอมใหม่ของปีนี้กับปีที่ผ่านมา ไม่มีความต่างมากนัก ค่าเทอมเท่าเดิม อาจจะมีเพิ่มขึ้นในส่วนของค่ารถและค่าอาหาร แต่ต้องรอโรงเรียนแจ้งอีกครั้ง โชคดีที่โรงเรียนที่ลูกเรียนอนุโลมให้ผู้ปกครองผ่อนส่งค่าเล่าเรียนได้ ก็เป็นการช่วยแบ่งเบาภาระในช่วงนี้ได้มาก

 นางกนกวรรณ อธิบายว่า ค่าใช้จ่ายที่ต้องเสียให้แก่โรงเรียนที่ลูกชายคนเล็กเรียน แบ่งเป็นค่าธรรมเนียมเพื่อพัฒนาคุณภาพการศึกษา 3,480 บาท ค่ารถรับส่งเดือนละ 350 บาท เปิดเทอมใหม่นี้โรงเรียนอาจจะปรับเพิ่ม เนื่องจากค่าน้ำมันแพงขึ้น และค่าชุดนักเรียน อุปกรณ์การเรียนต่างๆ อีกราว 1,000 บาท รวมประมาณ 5,000 บาท หากรวมกับค่าใช้จ่ายที่ส่งให้ลูกคนโตที่เรียนชั้น ม.1 โรงเรียนรัฐอีก 7,000 บาท ช่วงเปิดเทอมใหม่ใช้เงินกว่า 1 หมื่นบาท

 " จำเป็นต้องให้ลูกเรียนในโรงเรียนเอกชน แม้จะมีค่าใช้จ่ายที่สูงกว่าโรงเรียนรัฐ เพราะโรงเรียนอยู่ใกล้บ้าน ทำให้สะดวกในการเดินทางไปกลับ เมื่อประสบปัญหาด้านการเงินก็จะหยิบยืมจากญาติบ้าง แต่ไม่ได้มากมาย หรืออาจจะใช้วิธีการผ่อนค่าเรียนให้แก่โรงเรียน ก่อนที่จะถึงวันสอบของลูก" นางกนกวรรณกล่าว

 นายไสว คำเพ็ง อาชีพขับรถแท็กซี่ ผู้ปกครองนักเรียนชั้น ป.3 โรงเรียนสังกัด กทม.แห่งหนึ่ง ย่านนวมินทร์ กล่าวว่า ส่งลูกเรียนโรงเรียน กทม. เพราะว่า "กรุงเทพมหานคร" มีนโยบายเรียนฟรี ด้วยการสนับสนุนค่าเล่าเรียนและอุปกรณ์ประกอบการเรียนการสอนของนักเรียน ประมาณ 20 รายการ ผู้ปกครองจ่ายเพียงของใช้ส่วนตัวเล็กๆ น้อย

 ผู้ปกครองรายหนึ่งซึ่งเป็นข้าราชการ กล่าวว่า ตอนที่ลูกแต่ละคนเข้าเรียน ม.1 ต้องจ่ายเงินประมาณคนละ 7,500 บาท แบ่งเป็นค่าธรรมเนียมเพื่อพัฒนาคุณภาพการศึกษาให้โรงเรียนประมาณ 3,500 บาท ถือว่าเป็นภาระที่หนักพอสมควร แต่เป็นข้าราชการจึงเบิกค่าใช้จ่ายบางส่วนที่โรงเรียนเรียกเก็บได้ แต่ยังต้องควักเงินซื้อตำราเรียน ชุดนักเรียน อุปกรณ์การเรียนอื่นๆ อีกหลายพันบาท

 ส่วนเงินที่ผู้ปกครองจ่ายช่วงเปิดเทอม แบ่งเป็นรายจ่ายหลักสำคัญ 2 ส่วน คือ เงินที่ต้องจ่ายให้โรงเรียนและค่าข้าวของเครื่องใช้ประจำตัวเด็ก ได้แก่ ตำราเรียน เครื่องแบบ และอุปกรณ์การเรียน ในส่วนของเงินที่โรงเรียนเรียกเก็บนั้น ส่วนใหญ่จะเกิดขึ้นเฉพาะในโรงเรียนขนาดใหญ่ที่มีรายจ่ายมากจนเกินเงิน อุดหนุนที่รัฐจัดให้ โรงเรียนจึงต้องขอความอนุเคราะห์จากผู้ปกครองเพิ่มเติม อยู่ระหว่าง 1,000-3,000 บาท จะมากหรือน้อยขึ้นอยู่กับนโยบายของผู้บริหาร และกิจกรรมที่โรงเรียนจัดขึ้นในแต่ละปีการศึกษา

 นายวิศรุต สนธิชัย ผอ.ร.ร.สามเสนวิทยาลัย กล่าวว่า จะเก็บค่าใช้จ่ายเพิ่มจากผู้ปกครองตามความสมัครใจ โดยจะชี้แจงให้ชัดเจนว่า เงินที่ขอความอนุเคราะห์นั้น จะนำไปใช้ทำอะไรบ้าง แล้วให้เลือกว่าจะให้ความอนุเคราะห์รายการใดบ้าง แต่รวมทุกรายการแล้วไม่เกิน 2,000 บาท อย่างไรก็ตาม ระหว่างปีการศึกษา หากโรงเรียนต้องทำกิจกรรมใดเพิ่มเติม ก็จะทำหนังสือเวียนขอเก็บเพิ่มเป็นครั้งๆ แต่รวมแล้วตลอดเทอมจ่ายประมาณ 3,000 บาท

 “ที่โรงเรียนต้องขอความอนุเคราะห์เพิ่มเติมจากผู้ปกครอง เพราะเงินที่ได้จากรัฐไม่เพียงพอ ถ้าไม่ขอความอนุเคราะห์เพิ่มเติมจากผู้ปกครองจัดการศึกษาไปตามเงินที่ได้ จากรัฐแล้ว ไม่สามารถจัดการศึกษาที่มีคุณภาพได้ แต่เท่าที่คุยกันกับโรงเรียนอื่นๆ ยืนยันว่า ไม่มีโรงเรียนใดเก็บค่าใช้จ่ายเกิน 5,000 บาทต่อเทอม" ผอ.ร.ร.สามเสนวิทยาลัยกล่าว

  โดยเฉลี่ยแล้ว ผู้ปกครองจะต้องจ่ายให้โรงเรียนประมาณรายละ 3,000 บาท ส่วนโรงเรียนเอกชน ค่าเทอมจะแตกต่างไปตามประเภทของโรงเรียน ถ้าเป็นโรงเรียนเอกชนทั่วไป ค่าเทอมอยู่ระหว่าง 5,000-30,000 บาท แต่ถ้าเป็นโรงเรียนนานาชาติ ค่าเทอมอยู่ระหว่าง 1.2-1.5 แสนบาท จากนั้นผู้ปกครองต้องควักเงินซื้อตำราเรียน เครื่องแบบนักเรียนซึ่งเป็นรายจ่ายสำคัญหลักอีกส่วน

 ส่วนหนังสือเรียน สำนักงานคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน (สพฐ.) ได้ทำราคาเฉลี่ยตำราเรียนตั้งแต่ ป.1-ม.3 โดยนำราคาหน้าปกหนังสือเรียนของ 10 สำนักพิมพ์ มาหาค่าเฉลี่ยไว้ โดยแยกเป็นราคาเฉลี่ยของหนังสือเรียน 5 กลุ่มสาระวิชาหลักที่ สพฐ.อนุญาตให้โรงเรียนสั่งให้นักเรียนซื้อประจำตัวได้ และราคาเฉลี่ยของหนังสือเรียน 3 กลุ่มสาระวิชา ที่ห้ามบังคับหนังสือซื้อประจำตัว ให้ขึ้นอยู่กับความสมัครใจ ดังนี้

 ระดับ ป.1 ราคาเฉลี่ยของหนังสือเรียน 5 วิชาหลักอยู่ที่ 234.90 บาท ราคาเฉลี่ยของหนังสือเรียน 3 กลุ่มสาระวิชาที่เหลือ 96.70 บาท รวม 331.60 บาท ป.2 อยู่ที่ 317 บาท / 113.20 บาท รวม 430.20 บาท ป.3 อยู่ที่ 308 บาท / 105.7 บาท รวม 413.70 บาท ป.4 อยู่ที่ 257 บาท / 120.70 บาท รวม 379.50 บาท ป.5 อยู่ที่ 337.10 บาท / 130 บาท รวม 467.10 บาท ป.6 อยู่ที่ 378.60 บาท / 127.80 บาท รวม 506.40 บาท ม.1 อยู่ที่ 329.80 บาท / 261.10 บาท รวม 590.90 บาท ม.2 อยู่ที่ 382.50บาท / 144.50 บาท รวม 527 บาท และ ม.3 อยู่ที่ 312.10 บาท / 152.80 บาท รวม 464.90 บาท

 ราคาเฉลี่ยหนังสือเรียนแต่ละระดับชั้นสูงสุดไม่เกิน 600 บาท แต่ราคาเฉลี่ยจะเป็นจริงได้ถ้าโรงเรียนเลือกใช้หนังสือเรียนที่ราคาไม่แพง เป็นส่วนใหญ่ เช่น หนังสือเรียนของกระทรวงศึกษาธิการ แต่ถ้าโรงเรียนเลือกใช้หนังสือเรียนของสำนักพิมพ์เอกชนแล้ว ราคาจะพุ่งสูงกว่านี้แล้วแต่สัดส่วนหนังสือเอกชนที่โรงเรียนใช้ ทั้งนี้ราคาข้างต้นเป็นราคาของหนังสือเรียนเท่านั้น ไม่รวมแบบฝึกหัด

 เพื่อช่วยลดภาระของผู้ปกครอง คุณหญิงกษมา วรวรรณ ณ อยุธยา เลขาธิการคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน กล่าวว่า หนังสือเรียนของ สพฐ.นั้น ได้แยกหนังสือเรียนและแบบฝึกหัดออกจากกัน เพื่อให้หนังสือเรียนสามารถส่งต่อกันได้ ไม่ต้องซื้อใหม่ทุกปี ซื้อเฉพาะแบบฝึกหัด นอกจากนั้น สพฐ.ให้โรงเรียนในสังกัดสั่งให้นักเรียนซื้อหนังสือประจำตัว 5 วิชาหลักได้เฉพาะหนังสือที่อยู่ในบัญชีผ่านการตรวจจาก สพฐ.แล้ว ซึ่งหนังสือที่ผ่านการตรวจจาก สพฐ.นั้น จะต้องเป็นหนังสือที่แยกหนังสือเรียนที่ไม่มีแบบฝึกหัดรวมอยู่ในตัว

 ส่วนราคาเครื่องแบบนั้น ราคาชุดนักเรียนขององค์การค้าคุรุสภา ระดับประถม เสื้อนักเรียน ราคาตั้งแต่ 101-174 บาท แล้วแต่ขนาด กระโปรง 170-225 บาท กางเกง 150-285 บาท (ทุกระดับชั้น) ระดับมัธยม เสื้อนักเรียนราคา 146-201 บาท กระโปรง 225-305 บาท ระดับมัธยมปลาย เสื้อราคา 123-197 บาท กระโปรง 225-305 บาท ชุดลูกเสือ-เนตรนารี ราคาเสื้อราคา 197-289 บาท กระโปรง 210-280 บาท กางเกง 150-285 บาท เบ็ดเสร็จแล้ว ราคาชุดนักเรียนเริ่มต้น 270 บาท ในระดับประถมศึกษา และ 350 บาทในระดับมัธยมศึกษา ถ้าผู้ปกครองตัดสินใจซื้อชุดนักเรียนให้ลูก 3 ชุด ชุดลูกเสือ- เนตรนารี 1 ชุด รวมรองเท้า ถุงเท้า กระเป๋านักเรียนแล้ว ต้องควักประมาณ 2,000 บาท

  นายอุดม อมรวัฒนา เจ้าของร้านสมใจนึก บางลำพู กล่าวว่า จะยืนราคาชุดนักเรียนไว้เท่าปีที่แล้ว เพราะถ้าขึ้นราคาในช่วงน้ำมันแพงแล้ว จะกระทบต่อลูกค้า แต่ปีนี้ผู้ปกครองลดจำนวนซื้อลง ปกติเคยซื้อให้คนละ 3-4 ชุด ปีนี้บางรายซื้อแค่ 2 ชุด และซื้อขนาดใหญ่เผื่อไว้ บางรายเอาเสื้อ กระโปรง กางเกง มาขยายแทนการซื้อของใหม่ หรือบางรายเอาเสื้อพี่มาเลาะที่ปักชื่อโรงเรียนและชื่อตัวเองออก เพื่อให้น้องเอาไปใช้ต่อแทน

 ผู้ปกครองนักเรียนต่างฝากถึงรัฐบาลว่า หากจะบรรเทาทุกข์ให้แก่ชาวบ้านแล้ว จะต้องทำให้เกิด “เรียนฟรี“ ที่แท้จริง อย่างน้อยถ้าไม่สามารถจัดหาเสื้อผ้า หนังสือ อุปกรณ์การเรียนให้เด็กฟรีแล้ว ก็ต้องจัดเงินอุดหนุนโรงเรียนให้เพียงพอ เพื่อให้โรงเรียนไม่ต้องมาเรียกเก็บค่าใช้จ่ายจากผู้ปกครองอีก ให้ผู้ปกครองรับภาระค่าหนังสือ ชุดนักเรียน อุปกรณ์การเรียนเอง ซึ่งไม่น่าจะเกิน 4,000 บาทต่อคน ยังอยู่ในวิสัยที่พอรับไว้สำหรับครอบครัวที่มีลูกไม่มาก

สัปดาห์ที่สองของเดือนพฤษภาคม ซึ่งสถานศึกษาในระดับต่างๆ จะเปิดภาคการศึกษาอีกครั้ง     ได้กลายเป็นช่วงเวลาที่ผู้ปกครองต้องเผชิญต่อภาวะกดดันอย่างเลี่ยงไม่ได้ โดยเฉพาะในรายที่ฐานะทางเศรษฐกิจไม่ดีนักเนื่องจากค่าใช้จ่ายต่างๆ ที่ปรับตัวสูงขึ้น ได้กระทบมาถึงค่าใช้จ่ายที่ต้องใช้ไปเพื่อการศึกษา

 รายรับวันละ 100 ต้องส่งลูก 4 คน

 นาง สะอิ้ง คำมี อายุ 50 ปี อยู่บ้านเลขที่ 22/8 หมู่ 3 ต.สะเดียง อ.เมือง จ.เพชรบูรณ์ กล่าวถึง  ภาวะเศรษฐกิจว่า ปัจจุบันผู้คนต่างได้รับผลกระทบจากภาวะด้านค่าครองชีพอย่างถ้วนหน้า เช่นเดียวกับครอบครัวของตนที่ได้รับผลกระทบอย่างแสนสาหัส เพราะรายได้ไม่พอกับค่าใช้จ่าย โดยเฉพาะช่วงเปิดเทอมที่ต้องหาเงินมาจ่ายค่าเทอม รวมทั้งค่าใช้จ่ายเกี่ยวกับการศึกษาของบุตร

 นางสะอิ้งกล่าวว่า ใกล้วันเปิดเทอมแล้ว ขณะนี้ยังไม่มีเงินที่จะนำไปชำระค่าเทอมเลย ส่วนเสื้อผ้าชุดนักเรียน ปีนี้คงต้องให้ลูกใช้ชุดเดิมไปก่อน เพราะไม่มีเงินซื้อชุดใหม่ให้ ลำพังตัวเองทำงานรับจ้างทั่วไปมีรายได้ไม่เกินวันละ 100 บาท ขณะเดียวกันต้องหาเงินส่งลูกทั้ง 4 คนเรียนหนังสือ โดยลูกสาวคนโตเข้าศึกษาต่อที่มหาวิทยาลัยเทคนิคเพชรบูรณ์ ระดับ ปวส.ปี 1 ส่วนลูกสาวคนที่ 2 ปีนี้เริ่มเรียนระดับชั้น ปวช.ปี 1 และลูกคนเล็กอีก 2 คนขณะนี้เรียนโรงเรียนในหมู่บ้าน หลังจากเรียนภาคบังคับแล้วคงต้องหยุดเพราะหาเงินส่งเรียนไม่ไหว หากเรียนต่อต้องมีค่าใช้จ่ายเพิ่มขึ้นอีกเป็นสองเท่าตัว ส่วนการจ่ายเงินให้ลูกไปเรียนหนังสือนั้น จะให้บุตรสาววันละ 20 บาท รวม 2 คน 40 บาท ก็ยังพอใช้ และลูกๆ ก็ช่วยรัดเข็มขัดด้วย

  ด้านนางปราณี จันทร์แว่น อายุ 32 ปี อยู่บ้านเลขที่ 84 หมู่ 1 ต.หนองสว่าง อ.หล่มสัก จ.เพชรบูรณ์ กล่าวว่า ทางบ้านต้องรับภาระส่งเสียลูกเรียนหนังสือจำนวน 2 คน คนโตเข้าศึกษาโรงเรียนมัธยมหล่มเก่าพิทยาคม ชั้น ม.2 ส่วนอีกคนกำลังเรียนอยู่ชั้นประถมศึกษา ขณะนี้เหลือเวลาอีกไม่กี่วันจะเปิดเทอมแล้ว ยังหาเงินไปจ่ายค่าหนังสือและอุปกรณ์การเรียนไม่ได้ เพราะเงินที่จะต้องจ่ายให้ทางโรงเรียนเป็นค่าหนังสือและอื่นๆ มีจำนวนกว่า 4,000 บาท แต่ฐานะทางการเงินที่ได้จากการรับจ้าง มีรายได้เพียงวันละ 100 บาทเท่านั้น

 "การจ่ายเงินให้ลูกไปโรงเรียนจะจ่ายให้ได้วันละ 10 บาทเท่านั้น เมื่อก่อนห่อข้าวให้ลูกๆ ไปกิน แต่ระยะหลังลูกๆ จะซื้อข้าวกินที่มีจำหน่ายภายในโรงเรียน เมื่อสถานการณ์ข้าวยากหมากแพง เศรษฐกิจฝืดเคืองเช่นนี้ คงให้ลูกเรียนจบแค่ชั้น ม.6 เท่านั้น เพราะหาเงินส่งเรียนต่อไม่ได้" นางปราณีกล่าว



http://www.komchadluek.net/2008/05/12/x_edu_e001_202113.php?news_id=202113


<- Last Page :: Next Page ->

About Me

ที่นี่...ไม่มีพรมแดน... ที่นี่...เปิดตลอดเวลา... อยากให้มวลผีเสื้อ..โบยบินอีกครา..... ร่วมเดินตามฝัน..ไปบนทางสายเดียวกัน...

Recent Posts

• อย่าเก็บข้อมูลใน CD-R นานเกินไป
• การตลาดผ่านออนไลน์ทั่วโลกบูม น้ำเมาแห่เปิดเว็บไซต์-5 ปีสื่อหลักเริ่มดื้อยา
• โอนเงินผิดบัญชี
• คิดถึงอาจารย์ป๋วย : คิดถึงเพื่อทำดีให้มากขึ้น
• กระซิบจากผีเฝ้าแผ่นดิน
• Happy Lock เครื่องล็อกล้อ กันรถหายแบบไม่เสียค่าปรับ
• เปิดคำให้การ...ของเด็กติดเกม
• การแก้ไขปัญหา ADSL
• Homeless Rangers ‘ชายขอบ’ ผู้พิทักษ์โลก
• มีเซ็กซ์กับแฟนถือว่าเป็นเรื่องปกติของการเป็นแฟนจริงหรือคะ(เรทนะ)
• ‘DFM’รถจีนบุกตลาดไทยเคาะ2.79แสนบ.บวกNGV
• ม.ล.ปริญญากร วรวรรณ เสือมีปีก
• สนมั้ย? โซลาร์เซลล์วัตต์ละ 1 ดอลลาร์
• สัจธรรมน้ำมันแพงเริ่มบทโหดของจริง(ตอนจบ)
• สัจธรรมน้ำมันแพงเริ่มบทโหดของจริง(ตอนแรก)
• การใช้ภาษาไทยของคนไทย “ขั้นวิกฤต” ต้นเหตุมาจากกลุ่มบันเทิง การเมือง สื่อ
• คู่มือของสาวยุคใหม่ “เลิฟ ไดอารี่... รักนี้คุมได้”
• วันนี้ของ"โน้ต"ณัฐกานต์จาก"ดูโอป๊อปสตาร์"สู่"จิตอาสาเพื่อสังคม"
• “ชีวิตที่ (จำ) ต้องสู้” ของ นร.ทุนแกรมมี่
• ผีขนุน2008"สก๊อย"ค้ากามริมถนนรับรายได้งาม
• อย่าให้อาการ ปวดประจำเดือน มาตัดสินชีวิตคุณ นพ.กฤษดา ศิรามพุช
• เรียนฟรีมีที่ไหน?เปิดเทอมทีไร-พ่อแม่ทุกข์ระทม
• มีกิ๊กติดคุก6เดือน กม.ใหม่คุมผัวเมีย
• ตกขาว ภัยเงียบของผู้หญิง นพ.กฤษดา ศิรามพุช
• ดันเด็กไทยแบ่งกันรู้-ร่วมกันคิด ผ่านห้องสมุดดิจิตอล"KIDS-D"
• รวมวิธีปรับแต่งหมาย่างให้ไวว่องด้วยตนเอง
• ใครควรรับผิดชอบชีวิตคนไทย ตายปีละกว่าหมื่นคน ??
• ค้นข้อมูลบนอินเทอร์เน็ตแล้วมีรายได้เสริม
• จากกำแพงเพชรสู่ซิลิกอนวัลเลย์ กว่าจะเป็น"กระทิง"ผู้บริหารกูเกิลคนไทยคนแรก
• hi5 สินค้าขายดีของโลกออนไลน์
• Southern Seaboard การรุกเงียบ บนแผ่นดินด้ามขวาน!!
• นั่งข้างเตียง ฟังเสียงความตาย
• บทความ: ไปให้ไกลกว่า ‘xxx กระปุก’ สร้างมาตรฐานการใช้อินเทอร์เน็ต แบบไม่เลือกที่รักมักที่ชัง
• ฟีโรโมน สารเรียกรัก
• สำนึกจิตสาธารณะต้องสร้างตั้งแต่เด็ก / สรวงมณฑ์ สิทธิสมาน
• วัยโจ๋รวมพลัง “ลดพื้นที่เสี่ยง” รอบโรงเรียน
• กระทิงแดงขยายเครือข่ายใจอาสา สร้างสังคมเพิ่มคนใจดี
• ‘จิตอาสา’ ละครปลุกจิตสำนึกวัยรุ่น
• มหา'ลัยลุงโฮจ้างครูเดือนละแสนแก้สมองไหล
• ภาพฉาวเฉินกว้านซี สู่กรณีศึกษาในรั้วโรงเรียน
• โรงเรียนข้างถนน คนสนามหลวง
• ปี พ.ศ. 2555 "คนชรา" จะล้นเมือง !?
• 14 ก.พ.“รุมโทรม” สู่ “เซ็กซ์หมู่”! กับนาฏกรรมความใคร่ที่เปลี่ยนไป
• เตือนโจ๋โฮจิมินห์..วาเลนไทน์อย่าถ่าย X
• ฤาว่าเด็กวัยรุ่นยุคนี้จะขาดภูมิคุ้มกัน…
• ชีวิตกับความรัก
• รักแท้ - รักเทียม ดูอย่างไร
• รับสร้างบ้านฝากความหวังรัฐบาลใหม่ สานต่อเมกะโปรเจกต์ขับเคลื่อนเศรษฐกิจ
• รับชมการถ่ายทอดสด 80ชม. ร่วมด้วยช่วยร้องเพลงเพื่อพ่อแห่งแผ่นดิน ที่สถานีรถไฟหัวลำโพง
• บทความ: มหาวิทยาลัยที่ไม่มีคำตอบ
• อิทธิพลใหม่
• มหาชัย...เมืองมอญ หรือ 'เมียนมาร์ทาวน์'?
• MV ไฮเปอร์: นางฟ้าคืนเดียว
• แม่โจ้ 36 ..อินทผลัมไทย ไม้ประดับไม้มงคลออก ผลกินได้
• หลวงพ่อปัญญา มรณภาพ สิ้นนักรบธรรม
• รายงานพิเศษ...“ภิกษุสันดานกา”...เรื่องจริง หาใช่ หมิ่นสงฆ์!!
• หวังผ่าโครงสร้างกองทุนประกันสังคม ให้ กก. มาจากการเลือกตั้ง
• ไม่มีน้ำ เครียด สร้างเขื่อน...แม่วงก์ (วิธีคิดซ้ำซากของรัฐไทยกับเสียงของคนไม่มีเสียง)
• นักวิชาการแฉเด็กมัธยม “ตบ ตี เตะ ตื้บ” รุนแรงมากขึ้น
• โสเภณีที่....สนามหลวง ลุงอ้วน
• ลือหึ่ง “ลีอาห์ ดีซอน” เบื้องหลังหมอง-เอวีหน้าเหมือนระบาด
• รักโรแมนติคคืออะไร ? 'สุชาดา จักรพิสุทธิ์' เคยเขียนถึง 'นิธิ เอียวศรีวงศ์'
• BLOGGER นักเขียนในโลกไร้พรมแดน
• “โลกของเขาในดวงตาของเรา” เมื่อ ‘คนขายหมี่’ เป็น “กวีซีไรต์”
• คาถาแก้ปัญหา
• ธรรมะทอล์คโชว์-ธรรมะพลิกชีวิต "พระมหาสมปอง"เพื่อบ้านครูน้อย
• ขอบริจาคหนังสือให้เด็ก : สาวิตรี อินทร์พร
• ผู้ชายที่ไม่ควรเสียเวลาด้วย
• แมกกาซีน + วีซีดี หวือ หวิว สยิว เซ็กซ์ ( ? )
• ม.นอกระบบจุดจบของชาติตัดโอกาสคนจน
• ทำไมรักต่างวัย ถึงใจตรงกัน
• การทำ Traffic Control บนลินุกซ์
• มาตรฐานซีไรต์...เมื่อมองในมุมกว้าง
• บ ท รั ก บ ท ที่ ส อ ง
• โปรแกรมฆ่าไวรัส MSN image.zip, photo.zip, pic.zip
• โซนี่ยอมให้ "หนังโป๊" ออกบลู-เรย์ "ลาร่า-คาซุมิ" กลายเป็นหนังหื่น
• ปวดหลัง แค่เรื่องธรรมดาจริงหรือ
• ภาษาแอ๊บแบ๊ว พลังสื่อสารที่ต้องเงี่ยหูฟัง
• งานเงินที่อยู่คู่ครอง(ควรแสวงหาตามลำดับ)
• หนูดี วนิษา เรซ...ผู้เชี่ยวชาญด้านอัจฉริยภาพ (3)
• หนูดี วนิษา เรซ...ผู้เชี่ยวชาญด้านอัจฉริยภาพ (2)
• หนูดี วนิษา เรซ...ผู้เชี่ยวชาญด้านอัจฉริยภาพ (1)
• ว่าด้วยเรื่อง 'ที่ว่าง'
• จับเข่าคุยผู้ป่วยเด็กระยะสุดท้าย
• เสื่อม! เว็บโฆษณายาทำแท้งโผล่โจ๋งครึ่ม
• ปาร์ตี้ “เหล้าปั่น” ระบาด ดีกรีแห่งความพินาศของสังคม
• เผยวิจัยพบหญิงวัยกลางคนที่มีครอบครัวแล้วทำงานภาครัฐเครียดมากสุด
• เมื่อโลกที่สามลุกขึ้นสู้
• บทเรียนที่โรงเรียนไม่ได้สอน
• อัดฉีดประสิทธิภาพ Apache ให้แรงด้วยการใช้ Reverse Proxies
• การประยุกต์ใช้งาน IPCop
• รักคือการให้ จึงเป็นสุขทั้งผู้รักแล้วผู้ทีถูกรัก หากเขารับรับรักนั้น
• รายงาน จับตา ไอซีที : ออก กม.ลูก บังคับเก็บประวัติคนเล่นเน็ต เลข 13 หลัก เลขบัญชี เลขบัตรเครดิต
• แฉผัวแหล่งแพร่เชื้อเอดส์แนะสามีใส่ถุงยางหลับนอนกับเมีย
• เอาไว้อ่านเวลาทะเลาะกับแฟน
• คนที่รักกับคนที่ชอบ
• Sex & The City กับวิถีเมือง ใครว่าสาวโสด...อดเซ็กซ์?
• สนามวิจารณ์ : มาโนช พุฒตาลกับแกะเพลง... ในทรรศนะของข้าพเจ้า
• เรียนรู้อีกแง่มุมของความรัก
• ปรัชญาผ้าขี้ริ้ว

Links

• Home
• View my profile
• Archives
• Friends
• Email Me
• naigod_gotoknow
• naigod_Bloggang
• BlogNGO
• Albums_Blogth
• 555music
• AneW FoR YoU : สารพันปัญหาเซ็กส์
• มูลนิธิสื่อเพื่อเยาวชน
• บ้านบัณฑิตอาสาสมัคร รุ่น 31
• เว็บบอร์ด บอ.31
• บ้านบัณฑิตอาสาสมัคร รุ่น 26
• บ้านบัณฑิตอาสาสมัคร รุ่น 36
• เว็บบอร์ด บอ.36
• BlogBaanBorOr31
• grajok187 บอ38
• Graduate Volunteer Community
• เหลิม&เป้
• เว็บพี่ไก่
• เว็บหนุ่มม้ง
• Snarf-it.orgฟรีเว็บบิท
• โลกของหมวยเล็ก
• Tee36
• P_God_
• naigod_BlogSoftganz
• naigod_OkNation

Friends

• Lovelygirl
• Luck
• Sakda
• Deedy
• karint
• issarachon